ในวาระที่ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือชื่อสั้นๆ ที่คอบอลทุกคนสุดคุ้นเคยไม่แพ้ฟุตบอลโลกว่า “ยูโร 2016” กำลังจะอุบัติขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่ประเทศฝรั่งเศส จึงเป็นโอกาสดีที่ประเดิมการปรีวิวรายการนี้ด้วยไกด์ไลน์ฉบับย่อมาฝากกัน
เริ่มเมื่อไหร่?
ยูโร 2016 จะเปิดฉากฉะกันตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พร้อมกับเพิ่มทีมในรอบสุดท้ายเป็น 24 ชาติ จึงเป็นครั้งแรกที่รอบน็อกเอาต์จะมีถึง 16 ทีม โดยแชมป์ และรองแชมป์ 6 กลุ่มจะเข้ารอบอัตโนมัติ ส่วน 4 ทีมที่เหลือคัดจากทีมอันดับ 3 ผลงานดีสุด 4 จาก 6 กลุ่ม
เตะกันที่ไหน
ยูโรหนนี้กระจายเล่นกัน10 สนาม 9 เมือง
– สต๊าด เดอ บอร์โดซ์ เมืองบอร์โดซ์ (42,000 ที่นั่ง)
– สต๊าด โบลลาร์ต เดอเลลิส เมืองล็องส์ (35,000 ที่นั่ง)
– สต๊าด ปิแอร์ มอกวา เมืองลีลล์ (50,100 ที่นั่ง)
– สต๊าด เดอ ลียง เมืองลียง (58,000 ที่นั่ง)
– สต๊าด เวโลโดรม เมืองมาร์เซย (67,000 ที่นั่ง)
– สต๊าด เดอ นีซ เมืองนีซ (35,000 ที่นั่ง)
– ปาร์ก เดส์ แปร็งซ์ กรุงปารีส (45,000 ที่นั่ง)
– สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ แถบแซงต์ เดนีส์ กรุงปารีส (80,000 ที่นั่ง)
– สต๊าด เฌิมฟรอก ฌีชาร์ เมืองแซงต์ เอเตียน (41,500 ที่นั่ง)
– สเตเดียม เดอ ตูลูส เมืองตูลูส (33,000 ที่นั่ง)
ส่วนนัดชิงจัดกันที่ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ซึ่งเป็นสนามที่ฝรั่งเศสเคยถล่มแชมป์เก่าบราซิล 3-0 จนคว้าแชมป์โลก 1998 มาครองเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวจนถึงทุกวันนี้
กติกาจับสลากแบ่งกลุ่ม?
หลายคนคงอดงงไม่หายว่า เวลส์ ที่ขึ้นถึงชาติเบอร์ 8 โลก เหนือกว่า “พี่ใหญ่” เกาะเดียวกันอย่าง อังกฤษ จากการจัดอันดับโลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เมื่อสิ้นสุดเกมรอบคัดเลือกตุลาคมปีก่อน กลับเป็นทีมวางอันดับสุดท้ายในการจับสลากแบ่งกลุ่มอีก 2 เดือนให้หลัง เนื่องจากเจ้าของการแข่งขันอย่างสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ใช้ค่าสัมประสิทธิ์ที่พวกเขาวางระบบขึ้นมาตัดสิน
เมื่อแบ่งกลุ่มเสร็จ
กลุ่มเอ – ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, โรมาเนีย, แอลเบเนีย
กลุ่มบี – อังกฤษ, รัสเซีย, สโลวาเกีย, เวลส์
กลุ่มซี – เยอรมนี, ยูเครน, โปแลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ
กลุ่มดี – สเปน, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, ตุรกี
กลุ่มอี – เบลเยียม, อิตาลี, สวีเดน, ไอร์แลนด์
กลุ่มเอฟ – โปรตุเกส, ออสเตรีย, ฮังการี, ไอซ์แลนด์
ตั๋วเหลือไหม?
เป็นเรื่องปกติที่ตั๋วในเกมไม่ใช่ชาติมีชื่อลงเตะจะเหลืออยู่บ้าง แต่เที่ยวนี้มันน่าแปลกตรงที่ว่า เกมเปิดสนามที่มาพร้อมของแถมอย่างพิธีเปิดระหว่าง ฝรั่งเศสเจ้าบ้าน กับ โรมาเนีย กลับยังขายไม่หมด ส่วนตั๋วอีก 5 เกมซึ่งยังไม่เกลี้ยงประกอบด้วยแมตช์ รัสเซีย พบ สโลวาเกีย, ยูเครน พบ ไอร์แลนด์เหนือ, ไอซ์แลนด์ พบ ฮังการี, โรมาเนีย พบ แอลเบเนีย และไอซ์แลนด์ พบ ออสเตรีย ใครสนใจเชิญเช็กได้ที่เว็บไซต์ www.uefa.com/uefaeuro/ticketing/#availability
ความปลอดภัย?
ต้องยอมรับว่า นี่คือเรื่องใหญ่พอๆ กับชาติไหนจะได้แชมป์ยูโรด้วยซ้ำ เพราะหลังเหตุโศกนาฎกรรมที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ใช้ทั้งอาวุธปืน และระเบิดไล่ฆ่าคนบริสุทธิ์ใจกลางกรุงปารีส ช่วงค่ำคืนวัน “ศุกร์ที่ 13” พฤศจิกายน ปีก่อน จนคร่าชีวิตผู้คนมากถึง 130 ศพ บาดเจ็บเกือบ 370 คน
แถมหนึ่งในนั้นยังเกิดจากการที่กลุ่ม “ไอเอส” ส่งคนไปยังสนามฟุตบอลสต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ถึง 3 ครั้ง! ซึ่งขณะนั้นเป็นเกมกระชับมิตรระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนี แชมป์โลก ที่เต็มไปด้วยแฟนบอลชนิดขาดอีกไม่กี่หมื่นคนก็จะแตะหลักแสนที่นั่งเลยทีเดียว
ตามด้วยเหตุก่อการร้ายกลุ่มเดิมอีก 4 เดือนให้หลัง คราวนี้ใช้ระเบิดที่สนามบิน และสถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม เซ่นชีวิตคนไปอีก 35 ศพ จนถึงขนาดมีกระแสข่าวว่า ยูฟ่ามีความคิดให้บางแมตช์ในยูโร 2016 ต้องปิดสนามเตะแบบไร้คนดูเพื่อความปลอดภัย ก่อนรีบแก้ตัวอุตลุตว่าไม่เคยมีความคิดแบบนั้น
ล่าสุด ฝรั่งเศสยิ่งตอกย้ำว่า กลุ่มก่อการร้ายจะมีอิทธิพลเหนือชีวิตคนส่วนใหญ่ไม่ได้ หลังแบร์นาร์ กาซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศประกาศว่า รัฐบาลเมืองน้ำหอมมีมติให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารถึง 77,000 คน ตามด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 13,000 คน ลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยในศีกยูโรครั้งนี้โดยเฉพาะ
ลูกฟุตบอล
เป็นประจำทุกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ “อาดิดาส” หนึ่งในบริษัทผลิตภัณฑ์กีฬายักษ์ใหญ่จะผลิตลูกฟุตบอลขึ้นมาเพื่อรายการนั้นโดยเฉพาะ และคราวนี้มาในชื่อเจ้า “โบ ฌู” แปลได้ว่า “เกมที่สวยงาม” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเจ้าลูกบอล “บราซูก้า” ที่ใช้ในศึกฟุุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล
เงิน
ปิดท้ายกันที่เงินรางวัล ปรากฏว่ายอดรวมครั้งนี้สูงถึง 301 ล้านยูโร (12,040 ล้านบาท / อัตรา 1 ยูโร 40 บาท) มากกว่าหนก่อนถึง 105 ล้านยูโร (4,200 ล้านบาท) แบ่งเป็นแต่ละชาติได้รับเงินร่วมแข่งแน่ๆ 8 ล้านยูโร (320 ล้านบาท) บวกโบนัสชนะเกมละ 1 ล้านยูโร (40 ล้านบาท) และเสมออีก 500,000 ยูโร (20 ล้านบาท)
เข้ารอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย ได้อีก 1.5 ล้านยูโร (60 ล้านบาท) และเพิ่มเป็น 2.5 ล้านยูโร (100 ล้านบาท) ในรอบ 8 ทีม ตามด้วยอีก 4 ล้านยูโร (160 ล้านบาท) ในรอบรองชนะเลิศ ส่วนแชมป์รับ 8 ล้านยูโร (320 ล้านบาท) รองแชมป์ 5 ล้านยูโร (200 ล้านบาท)

