หน้าแรก Uncategorized มาแล้ว…...

มาแล้ว…ยูโร

2.06.16 | 13:00 น.
ภาพจาก AFP

ในวาระที่ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือชื่อสั้นๆ ที่คอบอลทุกคนสุดคุ้นเคยไม่แพ้ฟุตบอลโลกว่า “ยูโร 2016” กำลังจะอุบัติขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่ประเทศฝรั่งเศส จึงเป็นโอกาสดีที่ประเดิมการปรีวิวรายการนี้ด้วยไกด์ไลน์ฉบับย่อมาฝากกัน

 
เริ่มเมื่อไหร่?
ยูโร 2016 จะเปิดฉากฉะกันตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พร้อมกับเพิ่มทีมในรอบสุดท้ายเป็น 24 ชาติ จึงเป็นครั้งแรกที่รอบน็อกเอาต์จะมีถึง 16 ทีม โดยแชมป์ และรองแชมป์ 6 กลุ่มจะเข้ารอบอัตโนมัติ ส่วน 4 ทีมที่เหลือคัดจากทีมอันดับ 3 ผลงานดีสุด 4 จาก 6 กลุ่ม

 
เตะกันที่ไหน
ยูโรหนนี้กระจายเล่นกัน10 สนาม 9 เมือง

สต๊าด เดอ บอร์โดซ์ เมืองบอร์โดซ์ (42,000 ที่นั่ง)
สต๊าด โบลลาร์ต เดอเลลิส เมืองล็องส์ (35,000 ที่นั่ง)
สต๊าด ปิแอร์ มอกวา เมืองลีลล์ (50,100 ที่นั่ง)
สต๊าด เดอ ลียง เมืองลียง (58,000 ที่นั่ง)
สต๊าด เวโลโดรม เมืองมาร์เซย (67,000 ที่นั่ง)
สต๊าด เดอ นีซ เมืองนีซ (35,000 ที่นั่ง)
ปาร์ก เดส์ แปร็งซ์ กรุงปารีส (45,000 ที่นั่ง)
สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ แถบแซงต์ เดนีส์ กรุงปารีส (80,000 ที่นั่ง)
สต๊าด เฌิมฟรอก ฌีชาร์ เมืองแซงต์ เอเตียน (41,500 ที่นั่ง)
สเตเดียม เดอ ตูลูส เมืองตูลูส (33,000 ที่นั่ง)

ส่วนนัดชิงจัดกันที่ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ซึ่งเป็นสนามที่ฝรั่งเศสเคยถล่มแชมป์เก่าบราซิล 3-0 จนคว้าแชมป์โลก 1998 มาครองเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวจนถึงทุกวันนี้

Advertisement

 
กติกาจับสลากแบ่งกลุ่ม?
หลายคนคงอดงงไม่หายว่า เวลส์ ที่ขึ้นถึงชาติเบอร์ 8 โลก เหนือกว่า “พี่ใหญ่” เกาะเดียวกันอย่าง อังกฤษ จากการจัดอันดับโลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เมื่อสิ้นสุดเกมรอบคัดเลือกตุลาคมปีก่อน กลับเป็นทีมวางอันดับสุดท้ายในการจับสลากแบ่งกลุ่มอีก 2 เดือนให้หลัง เนื่องจากเจ้าของการแข่งขันอย่างสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ใช้ค่าสัมประสิทธิ์ที่พวกเขาวางระบบขึ้นมาตัดสิน
เมื่อแบ่งกลุ่มเสร็จ
กลุ่มเอ – ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, โรมาเนีย, แอลเบเนีย
กลุ่มบี – อังกฤษ, รัสเซีย, สโลวาเกีย, เวลส์
กลุ่มซี – เยอรมนี, ยูเครน, โปแลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ
กลุ่มดี – สเปน, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, ตุรกี
กลุ่มอี – เบลเยียม, อิตาลี, สวีเดน, ไอร์แลนด์
กลุ่มเอฟ – โปรตุเกส, ออสเตรีย, ฮังการี, ไอซ์แลนด์

 
ตั๋วเหลือไหม?
เป็นเรื่องปกติที่ตั๋วในเกมไม่ใช่ชาติมีชื่อลงเตะจะเหลืออยู่บ้าง แต่เที่ยวนี้มันน่าแปลกตรงที่ว่า เกมเปิดสนามที่มาพร้อมของแถมอย่างพิธีเปิดระหว่าง ฝรั่งเศสเจ้าบ้าน กับ โรมาเนีย กลับยังขายไม่หมด ส่วนตั๋วอีก 5 เกมซึ่งยังไม่เกลี้ยงประกอบด้วยแมตช์ รัสเซีย พบ สโลวาเกีย, ยูเครน พบ ไอร์แลนด์เหนือ, ไอซ์แลนด์ พบ ฮังการี, โรมาเนีย พบ แอลเบเนีย และไอซ์แลนด์ พบ ออสเตรีย ใครสนใจเชิญเช็กได้ที่เว็บไซต์ www.uefa.com/uefaeuro/ticketing/#availability

 
ความปลอดภัย?
ต้องยอมรับว่า นี่คือเรื่องใหญ่พอๆ กับชาติไหนจะได้แชมป์ยูโรด้วยซ้ำ เพราะหลังเหตุโศกนาฎกรรมที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ใช้ทั้งอาวุธปืน และระเบิดไล่ฆ่าคนบริสุทธิ์ใจกลางกรุงปารีส ช่วงค่ำคืนวัน “ศุกร์ที่ 13” พฤศจิกายน ปีก่อน จนคร่าชีวิตผู้คนมากถึง 130 ศพ บาดเจ็บเกือบ 370 คน
แถมหนึ่งในนั้นยังเกิดจากการที่กลุ่ม “ไอเอส” ส่งคนไปยังสนามฟุตบอลสต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ถึง 3 ครั้ง! ซึ่งขณะนั้นเป็นเกมกระชับมิตรระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนี แชมป์โลก ที่เต็มไปด้วยแฟนบอลชนิดขาดอีกไม่กี่หมื่นคนก็จะแตะหลักแสนที่นั่งเลยทีเดียว
ตามด้วยเหตุก่อการร้ายกลุ่มเดิมอีก 4 เดือนให้หลัง คราวนี้ใช้ระเบิดที่สนามบิน และสถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม เซ่นชีวิตคนไปอีก 35 ศพ จนถึงขนาดมีกระแสข่าวว่า ยูฟ่ามีความคิดให้บางแมตช์ในยูโร 2016 ต้องปิดสนามเตะแบบไร้คนดูเพื่อความปลอดภัย ก่อนรีบแก้ตัวอุตลุตว่าไม่เคยมีความคิดแบบนั้น
ล่าสุด ฝรั่งเศสยิ่งตอกย้ำว่า กลุ่มก่อการร้ายจะมีอิทธิพลเหนือชีวิตคนส่วนใหญ่ไม่ได้ หลังแบร์นาร์ กาซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศประกาศว่า รัฐบาลเมืองน้ำหอมมีมติให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารถึง 77,000 คน ตามด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 13,000 คน ลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยในศีกยูโรครั้งนี้โดยเฉพาะ

 
ลูกฟุตบอล
เป็นประจำทุกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ “อาดิดาส” หนึ่งในบริษัทผลิตภัณฑ์กีฬายักษ์ใหญ่จะผลิตลูกฟุตบอลขึ้นมาเพื่อรายการนั้นโดยเฉพาะ และคราวนี้มาในชื่อเจ้า “โบ ฌู” แปลได้ว่า “เกมที่สวยงาม” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเจ้าลูกบอล “บราซูก้า” ที่ใช้ในศึกฟุุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล

 
เงิน
ปิดท้ายกันที่เงินรางวัล ปรากฏว่ายอดรวมครั้งนี้สูงถึง 301 ล้านยูโร (12,040 ล้านบาท / อัตรา 1 ยูโร 40 บาท) มากกว่าหนก่อนถึง 105 ล้านยูโร (4,200 ล้านบาท) แบ่งเป็นแต่ละชาติได้รับเงินร่วมแข่งแน่ๆ 8 ล้านยูโร (320 ล้านบาท) บวกโบนัสชนะเกมละ 1 ล้านยูโร (40 ล้านบาท) และเสมออีก 500,000 ยูโร (20 ล้านบาท)
เข้ารอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย ได้อีก 1.5 ล้านยูโร (60 ล้านบาท) และเพิ่มเป็น 2.5 ล้านยูโร (100 ล้านบาท) ในรอบ 8 ทีม ตามด้วยอีก 4 ล้านยูโร (160 ล้านบาท) ในรอบรองชนะเลิศ ส่วนแชมป์รับ 8 ล้านยูโร (320 ล้านบาท) รองแชมป์ 5 ล้านยูโร (200 ล้านบาท)