หน้าแรก Uncategorized สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : แล้ง-เหลื่อมลํ้า โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

24.07.19 | 13:00 น.

นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่กำลังจะแถลงสัปดาห์นี้ ข้อที่ดูจะด่วนมากถึงมากที่สุดคือ การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้ง

เพราะตอนนี้ข่าวที่มาจากทั่วสารทิศ โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง ล้วนแต่เป็นเรื่องภัยแล้ง

จากภาพท้องไร่ท้องนาแล้งและแหล่งน้ำแห้งขอด ล่าสุดนี้ข่าวแล้งเริ่มคืบคลานมาถึงเมืองหลวง

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เกริ่นๆ ไว้ว่า ปีนี้มีโอกาสที่น้ำประปาไม่เพียงพอ และฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ อาจน้ำประปาไม่ไหล หากไม่ปรับหรือทบทวนแผนการระบายน้ำ

ได้ยินได้อ่านข้อมูลนี้แล้ว ชาวเมืองกรุงคงหวั่นใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

Advertisement

เพราะคนเมืองกรุงอยู่สุขสบายมาตลอด ถ้าถึงวันที่น้ำไม่ไหลอย่างที่เคยไหล น่าจะได้มีอารมณ์ร่วมกับชาวไร่ชาวนาที่อยู่ไกลๆ ตามต่างจังหวัด

การไม่มีอารมณ์ร่วมกันนี้เป็นส่วนหนึ่งมาจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งน่าจะเป็นหน้าที่รัฐบาลด้วยเช่นกันที่ต้องหาทางลดความไม่เท่าเทียมนี้ลง

เพราะเวลาที่เกิดภัยแล้งในต่างจังหวัดจนเกษตรกรเพาะปลูกอะไรไม่ได้ นั่นหมายถึงรายได้และสิ่งดำรงชีวิตกำลังเหือดแห้งไปพร้อมๆ กับน้ำ

ข่าวผลกระทบภัยแล้งช่วงนี้ ระบุถึงการที่ฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 1 เดือน และระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดระดับผิดธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อลำน้ำสาขาสายหลัก รวมถึงแหล่งน้ำทำการเกษตรหลายพื้นที่

จากเดิมทุกปีลำน้ำสาขาจะน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรทุกปี ตอนนี้ไม่ใช่เช่นนั้น

โดยเฉพาะลำน้ำอูน ต้นน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ จ.สกลนคร ผ่าน อ.นาหว้า จ.นครพนม ไหลระบายลงแม่น้ำสงคราม แหล่งขยายพันธุ์ปลาบึก ที่อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ตอนนี้น้ำแห้งขอดหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี

ส่วนศูนย์วิจัย สติมสัน เซ็นเตอร์ สหรัฐอเมริกา โพสต์ในเฟซบุ๊กถึงภาพถ่ายแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ มีสภาพแห้งกว่าในช่วงที่แห้งที่สุดในรอบศตวรรษ หรือ 100 ปี เมื่อเดือนเมษายน 2559 จนกระทั่งเห็นเกาะและหาดทรายโผล่มาในภาพถ่ายดาวเทียมชัดเจน

ด้วยสถานการณ์นี้ไม่ได้หมายความว่า คนทั้งประเทศต้องพากันลำบากและเดือดร้อนเท่าๆ กัน แต่อย่างน้อยควรจะมีความรู้สึกร่วมกันถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เช่น รณรงค์คนในเมืองหลวงเร่งประหยัดน้ำ อย่าให้เกิดภาพเปิดน้ำทิ้ง หรือใช้น้ำเปลือง ระหว่างที่คนในพื้นที่อื่นไม่มีน้ำจะใช้ เพราะจะยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและเอาเปรียบกันซึ่งเดิมก็มีให้เห็น

ก่อนหน้านี้ คนในเมืองหลวงคิดอยากจะชัตดาวน์กรุงเทพฯก็ทำ คิดจะต่อต้านการเลือกตั้งก็เฮโลกันไปปิดคูหา ขัดขวางคนจะเข้าไปใช้สิทธิ หรือคิดจะร้องเรียกรัฐประหารก็เรียก โดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ หรือมีความคิดอื่น จะรู้สึกอย่างไร จะเดือดร้อนอย่างไร

หรือแม้แต่ตอนนี้มีรัฐบาลและ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็มี ส.ว.และองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ปกติ

ประชาธิปไตยก็คล้ายสายน้ำ แล้งอยู่ หรือชุ่มฉ่ำอุดมสมบูรณ์ ดูไม่ยากหรอก

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์