เผด็จการทุกชาติทุกภาษาบนโลก เผด็จการไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในคราบอะไร จะเรียก จอมจักรพรรดิเผด็จการอย่างจิ๋นซี หรือเผด็จการสังคมนิยม เผด็จการทหาร เผด็จการในคราบประชาธิปไตย มีลักษณะนิสัยเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าคิดหรือตัดสินใจถูกหรือผิด แต่มี “ความเด็ดขาด”
ไม่ชอบรับฟังเสียงที่แตกต่าง ไม่ชอบขัดคอ ไม่ต้องการให้มีการซักถาม ตรวจสอบ หรือถ่วงดุล
ถ้าทำอะไรผิด เผด็จการต้อง “ลอยนวล” !
ทุกประเทศที่มีรัฐบาลเผด็จการประชาชนจะระทมทุกข์ เสรีภาพถูกคุกคาม ใช้ความรุนแรงข่มขู่ ทำร้าย ละเมิดสิทธิมนุษยชน บ่อยครั้งรุนแรงถึงขั้นสังหารหมู่ผู้ชุมนุม ลอบฆ่าคนเห็นต่างหรือฝ่ายตรงกันข้าม
ไม่มีเผด็จการที่ไหนในโลกที่ “ขอเวลาไม่นาน”
ทุกรายต้องการ “อยู่นานๆ” และอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เพราะการกุมอำนาจรัฐหมายถึง การผูกขาดผลประโยชน์เอาไว้ในมือกลุ่มพรรคพวกบริวารได้เสพสุขกันสุดใจ
เผด็จการจึงจะต้องครอบงำทั้งระบบการศึกษา วัฒนธรรม ปลูกฝังความคิด ค่านิยมที่ส่งเสริมให้คิดเชื่องทำเชื่อง ไม่ต้องสงสัยไต่ถามไม่อภิปราย
ที่ถึงขั้นแทรกแซงองค์กรอิสระ องค์กรในกระบวนการยุติธรรมนั่นก็เพื่อที่จะยืนหยัดรักษาเสถียรภาพของคณะเผด็จการนั้นๆ เอาไว้ให้นานที่สุด
ถึงแม้ในบางยุคบางสมัยเผด็จการจะแปลงโฉมอย่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนด้วยกลโกงร้อยแปดวิธี แต่ทุกชุดทุกคณะของ “เผด็จการ” ก็คิดเหมือนกันและทำเหมือนกัน เช่น เริ่มตั้งแต่แต่งเรื่องสร้างเงื่อนไขแล้วจุดไฟให้ลุกลามจนวุ่นวายจลาจล จากนั้นก็สวมบท “ผู้ดี” ขี่ม้าขาวมาสยบมารขับไล่ “ผู้ร้าย” ด้วยกำลังอาวุธ
ยึดอำนาจเสร็จ ทุกรายก็เขียนกติกาใหม่เปิดทางเกื้อกูลให้ตัวเองกับพวกพ้องครองอำนาจต่อไปภายใต้กติกาที่บิดเบี้ยวไม่เป็นกลาง
เผด็จการใช้อำนาจคุกคามองค์กรและพนักงานเจ้าหน้าที่หัวหดจนเอนเอียง
กล่าวสำหรับ “เผด็จการทางการเมือง” ย่อมไม่มีเส้นทางที่ใสสะอาด
ประวัติศาสตร์มักเปื้อนไปด้วยเลือด และเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่นจำเป็นต้องปกปิด ซ่อนอำพราง
“เวลา” ในการครองอำนาจที่ยาวนาน จะทำลายข้อมูลหลักฐานคดีความเก่าๆ
เผด็จการทุกที่ทุกชาติเหมือนกัน
มันมากับ “ความโลภ” และมากไปด้วย “ความหลง”
มาแล้วติดใจ ไม่อยากจะไป ชอบอยู่ต่อไปให้นานที่สุด !?!!

