หน้าแรก Uncategorized ส.บอลเตรียมเร...

ส.บอลเตรียมเรียกตราดให้ข้อมูลปม ‘บันโดวิช’ สั่งการจากอัฒจันทร์

16.08.19 | 17:37 น.

พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะทำงานแก้ไขระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนใช้กฎและกติกาฟุตบอลแบบใหม่สากล ตามสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือ ฟีฟ่า กำหนด ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม

การประชุมประกอบด้วย พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะทำงานแก้ไขระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, ผศ. ดร. ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ รองประธานฯ พร้อมคณะทำงาน นายโสภณ มหาบุญ,พันจ่าเอก ปรีชา กางรัมย์, นายประเสริฐ ครุธศรี, ดร.นิคม มากรุ่งแจ้ง, นายยงยศ พึ่งธรรม, นายกฤตเมต เอ่งฉ้วนธาดา, นายดนัย มงคลศิริ,นาวาเอก (พิเศษ) บุญธรรม พันธุ์นุช, นายสัมพันธ์ คำคม และนายไพฤทธิ์ ด้านไพรี ร่วมหารือ

ซึ่งทางสมาคมฯ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจ กฎ กติกา การแข่งขัน ในส่วนที่แก้ไขใหม่ รวมทั้งทำสกู๊ปให้กับสโมสรสมาชิกในระดับ ไทยลีก 1 และ ไทยลีก 2 และแฟนบอลไทยทราบไปบางส่วนแล้วและจะใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 20 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป

ในการประชุมคณะกรรมการให้มีมติจัดส่งคำอธิบายกฎกติกาที่แก้ไขใหม่ พร้อมทำคลิปวีดีโอ ประกอบคำอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางเว็ปไซต์ของสมาคมฯ เพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะนำไปใช้ในวันที่ 20 สิงหาคม นี้ กับทั้งทางสมาคมฯ จะได้ปรับปรุงแก้ไขว่าด้วยการลงโทษ วินัย มารยาท สมาคมฯ และระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้สอดคล้องกับกฎกติการการแข่งขันที่แก้ไขใหม่ เพื่อบังคับใช้ต่อไป

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้หารือกรณีที่เป็นข่าวในโซเซียลมีเดีย ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก คู่ระหว่าง สโมสร ตราด เอฟซี และ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในช่วงท้ายเกมการแข่งขัน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ลูกฟรีคิกนอกเขตโทษ ในจังหวะนั้นสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือโอกาสเล่นเร็ว นำมาซึ่งการได้ประตู ขึ้นนำ 1-0

Advertisement

สโมสร ตราด เอฟซี ทำการประท้วงว่าเป็นการเล่นไม่ตรงจุดและลูกยังไม่นิ่ง แต่ได้มีการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีการร้องเรียนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมายังสมาคมฯ แต่อย่างใด คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท จึงได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ทำการพิจารณาเพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรม และสร้างความชัดเจนให้กับสังคม โดยสั่งให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปให้คณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินทำการตรวจสอบว่าการใช้ดุลยพินิจของผู้ตัดสินให้เป็นประตูถูกต้องตามกติการการแข่งขันหรือไม่อย่างไร

ส่วนกรณีที่สโมสร ตราด เอฟซี ร้องเรียนมายังสมาคมฯ กล่าวหาว่าหัวหน้าผู้ฝึกสอน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ระหว่างการลงโทษห้ามทำหน้าที่ ขณะที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ มีการใช้วิทยุสื่อสารและโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยเชื่อว่าเป็นการสั่งการไปยังม้านั่งสำรองในการวางแผนเกมการเล่นให้กับทีมบุรีรมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีเพียงภาพถ่ายหัวหน้าผู้ฝึกสอนกำลังใช้วิทยุสื่อสารและโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเท่านั้น โดยยังไม่ได้ข้อยุติว่าหัวหน้าผู้ฝึกสอนดังกล่าวได้ติดต่อสื่อสารกับใคร เรื่องอะไร อย่างไร อันเกี่ยวกับที่ถูกลงโทษอันเป็นองคืแห่งความผิดหรือไม่ จึงต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จากทั้ง 2 ผู้ควบคุมการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 4 และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป ซึ่งอาจจะต้องเชิญผู้แทนจากสโมส ตราด เอฟซี เข้าชี้แจงกรณีนี้เพิ่มเติมประกอบ และมารับฟังผลการพิจารณาเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินกรณีการให้ประตูดังกล่าว ในโอกาสต่อไปด้วย