ในเวลาอันใกล้นี้ จะมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.หลายจังหวัดด้วยกัน
ที่แน่ๆ คือ นครปฐม หลังจาก จุมพิตา จันทรขจร ส.ส.เขต 5 นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ประสบอุบัติเหตุไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และยื่นใบลาออก จะมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น
สดๆ ร้อนๆ ได้แก่ กรณีที่ศาลฎีกาสั่งจำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ จากคดีล้มการประชุมอาเซียน
มีผลให้ต้องพ้นจากการเป็น ส.ส. เป็นอันว่าจะต้องเลือกตั้งซ่อมที่เขต 2 กำแพงเพชรอีกสนามหนึ่ง
ในขณะนี้ ยังมีข่าวสะพัด คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ในกรุงเทพฯ และในภาคอีสานอีกจังหวัด
ถ้าเป็นจริงตามข่าวที่สะพัดอยู่ เท่ากับว่าจะเกิดการเลือกตั้งซ่อม 4 จังหวัด 4 ที่นั่ง
แต่เป็นการพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่น ไม่ใช่การทุจริตเลือกตั้ง จึงไม่ต้องปรับคะแนน จัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์กันใหม่
ที่น่าจับตา คือแรงสะเทือนทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น
4 เก้าอี้ ส.ส. หากเป็นรัฐบาลที่เข้ามาด้วยเสียงท่วมท้น อาจจะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ได้ครึ่งเสียครึ่งยังได้ หรืออย่างน้อยๆ คือตามเอาเก้าอี้ของพรรครัฐบาลกลับมา
แต่ท่ามกลางสภาพที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ และปัญหาคะแนนนิยมก่อตัว ทำให้ 4 เก้าอี้นี้ไม่สามารถมองข้ามได้
หากพรรครัฐบาลชนะ แน่นอนว่าจะมีผลดีหลายเรื่อง ก่อนอื่น ย่อมสะท้อนความนิยมชมชอบของประชาชนต่อรัฐบาล ซึ่งตอนนี้ เจอมรสุมเข้าพร้อมๆ กันหลายลูก
ที่ตามมาคือ ช่วยเสริมเติมจำนวน ส.ส.ของรัฐบาล ที่กะพร่องกะแพร่งปริ่มน้ำอยู่
อย่างไรก็ตาม การจะเอาชนะในสนามเลือกตั้งเหล่านี้ไม่ใช่งานง่ายๆ ต้องมีปัจจัยและตัวช่วยหลายอย่าง
นอกจากความแกร่งวิชาของแม่ทัพเลือกตั้ง ยังเกี่ยวข้องไปถึงรัฐบาลว่ามีผลงานโดนใจประชาชนด้วยหรือไม่
กระดูกชิ้นโตของรัฐบาล ก็คือพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะคือพรรคอนาคตใหม่และเพื่อไทย
อย่างกำแพงเพชร เดิมเป็นพื้นที่ของเพื่อไทย แต่ ส.ส.ที่ตกเก้าอี้ไป ได้ย้ายมาซบพลังประชารัฐกันหมด น่าคิดว่า เลือกตั้งใหม่รอบนี้ จะเกิดอะไรขึ้น
ส่วนนครปฐม อนาคตใหม่ต้องสละเก้าอี้ อาจจะได้รับความเห็นอกเห็นใจ นอกเหนือจากคะแนนนิยมพรรคที่มาแรง
ยิ่งอำนาจรัฐพยายามใช้กลไกต่างๆ บดขยี้พรรคนี้ จะยิ่งทำให้เกิดผลเลือกตั้งอันเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับที่รัฐต้องการ
อีก 2 สนามที่ กทม. และอีสานที่ยังไม่ชัดเจน ก็น่าสนใจว่า จะมี “บิ๊กเนม” ลงสมัครอย่างที่มีข่าวสะพัดออกมาหรือไม่
และในภาพรวมๆ นายกรัฐมนตรีจะลงสนามไปช่วยหาเสียงด้วยหรือไม่ ก็น่าติดตาม
ที่แน่ๆ งานนี้ฝ่ายค้านคงลงสนามด้วยแรงกดดันที่น้อยกว่ารัฐบาล
ผลการเลือกตั้งก็เรื่องหนึ่ง แต่ “นัยยะ” จากผลเลือกตั้ง จะทำให้การเมือง “ร้อน” ขึ้นอีก
วรศักดิ์ ประยูรศุข

