นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงฟุตบอลยูโร 2016 (11 มิถุยายน-11 กรกฎาคม 2559) ที่สำรวจระหว่างวันที่ 1-6 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า บรรยากาศช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ภาพรวมน่าจะคึกคัก โดยประชาชน 87.5% ระบุจะติดตามการถ่ายทอดสด โดย 37.5% จะติดตามในรอบ 8 ทีมสุดท้าย รองลงมา 26.2% และ 19.3% จะติดตามตั้งแต่รอบแรก และรอบสองตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่ติดตามชมจากโทรทัศน์ โทรศัพท์ และ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ที่บ้านในช่วงวันทำงาน ช่วงเวลา 20.00 – 02.00 น. และรับชมนอกบ้านช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ โดยทีมที่นิยมเชียร์และคาดว่าจะได้แชมป์ อันดับแรกคือสเปน และคาดว่าคู่ชิงชนะเลิศ 3 อันดับแรก คือ อิตาลีกับสเปน ตามด้วย เยอรมนีกับสเปน และ สเปนกับฝรั่งเศส
นายธนวรรธน์กล่าวว่า คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 จะมี 76,541 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เทียบกับการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ที่มีมูลค่า 65,000 ล้านบาท “ที่ไม่เทียบกับการแข่งขันฟตุบอลยูโร 2014 เพราะมีมูลค่าสูงกว่าปกติ คือ 95,154 ล้านบาท ผลจากเป็นปีที่ผู้รับชมต้องลงทุนซื้อและติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณถ่ายทอดสด(เนื่องจากมีปัญหาด้านลิขสิทธิ์)” นายธนวรรธน์กล่าว และว่า ในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายพนันฟุตบอลถึง 57,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% เทียบปี 2014 พนันบอลมีมูลค่า 55,830 ล้านบาท เฉลี่ยใช้จ่ายพนันบอลต่อนัด 4,554 บาท เพิ่มขึ้น 65.4% จากปี 2014 และเป็นการใช้จ่ายสูงสุดจากที่ทำการสำรวจในรอบ 10 ปี นับจากปี 2006
นายธนวรรธน์กล่าวว่า สาเหตุที่มีการใช้จ่ายเล่นพนันเพิ่มขึ้น 57.4% ระบุเพื่อหวังรางวัล แตกต่างจากการเล่นพนันที่ผ่านมา จะเน้นเพื่อความสนุกและเป็นแฟชั่น และคาดว่าตลอดการแข่งขันจะใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 7,160 บาท “การที่คนหันมาเล่นพนันมากขึ้นจึงเป็นห่วงว่าจะทำให้เกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ และอาชญากรรม โจรกรรมเพิ่มขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง มีการหยุดงานมากขึ้น มีอุบัติเหตุจากการดื่มสุรา อุบัติเหตุจากการพักผ่อนน้อย สูงขึ้นตามไปด้วย”
นายธนวรรธน์กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการปราบปรามโต๊ะพนันบอลอย่างจริงจัง ทั้งผู้เล่น เจ้าของบ่อนพนัน เพิ่มความเข้มงวดด้านกฎหมายเพื่อให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว รวมทั้งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการให้ข้อมูล เบาะแสต่าง ๆ และเน้นรณรงค์ให้เยาวชนรับรู้ถึงโทษของการเล่นพนัน และดูเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก เนื่องจากข้อดีการมีบอลยูโร อาทิ ช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น ลดความเครียดจากการเรียน หรือทำงาน กระตุ้นให้เยาวชนหันมาเล่นกีฬามากขึ้น เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว

