เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ญี่ปุ่นเรียกทูตจีนเข้าพบเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เพื่อแสดงความห่วงกังวลต่อการที่เรือรบของจีนแล่นเข้าใกล้น่านน้ำที่ญี่ปุ่นอ้างว่าเป็นเขตแดนทางทะเลของตนเองในทะเลจีนตะวันออก ส่งผลให้บรรยากาศในพื้นที่ดังกล่าวตึงเครียดมากขึ้นในทันที
แถลงการณ์ของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า นายอากิทากะ ไซกิ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศญี่ปุ่น ได้เรียกตัวทูตจีนประจำกรุงโตเกียวเข้าพบเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.(ตามเวลาท้องถิ่นของวันเดียวกัน) เพื่อ”แสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่ง”ต่อกรณีดังกล่าว
ด้านนายโยชิฮิเดะ สุงะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่า “เรากังวลว่าการกระทำครั้งนี้จะทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานร่วมกันในการจัดการกับปัญหานี้และเราจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา”
การเรียกทูตจีนเข้าพบเพื่อแสดงการประท้วงของญี่ปุ่นมีขึ้นหลังจากญี่ปุ่นอ้างว่าเรือรบขนาดกลางของจีนแล่นเข้ามาบริเวณเกาะเซนกากุที่ญี่ปุ่นกล่าวอ้างสิทธิ์ แต่จีนเรียกว่า เกาะเตี้ยวหวี และจีนอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือดินแดนพิพาททางทะเลนี้ด้วยเช่นกัน โดยเหตุเกิดช่วงหลังเที่ยงคืนของวันเดียวกัน ทั้งนี้ เรือรบจีนลำดังกล่าวอยู่ในน่านน้ำบริเวณเกาะเซนกากุหรือเตี้ยวหวีราว 1 ชั่วโมง ก่อนมุ่งหน้ากลับไปยังชายฝั่งจีน
กระทรวงกลาโหมจีนออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า กำลังตรวจสอบรายงานนี้ว่ามีเรือรบลำใดของจีนแล่นเข้าใกล้เกาะพิพาทหรือไม่ แต่ย้ำว่าเรือรบจีนมีสิทธิที่จะปฏิบัติการใดๆ ในน่านน้ำของจีน “กองเรือรบจีนที่แล่นผ่านน่านน้ำของประเทศภายในขอบเขตอำนาจของตนเป็นสิ่งที่เหมาะสมและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีประเทศใดมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นอย่างไม่ระมัดระวังในเรื่องนี้ได้” กระทรวงกลาโหมจีนระบุ
ด้านนางคอลิน วิลเล็ตต์ รองผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า รับทราบรายงานนี้แล้วและได้ติดต่อไปยังรัฐบาลญี่ปุ่นแล้ว และยังไม่สามารถให้ความเห็นของสหรัฐที่จะมีต่อกรณีนี้ได้ จนกว่าจะได้รับทราบรายละเอียดเพิ่มเติม

