เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ต.ภาณุมาศ แสงส่ง สว.กก.1 ร่วมกันจับกุม น.ส.สุนันธา สดสุ่น อายุ 32 ปี ชาว จ.นนทบุรี และนายปิยะณัฐ หรือ ชนาธิป บริพันธ์ อายุ 23 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านและที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนหลวงพ่อ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นายปิยะณัฐ และน.ส.สุนันธา ร่วมกันใช้อาวุธมีดแทงนายมนัส ลี้รุ่งเรือง อายุ 26 ปี นักดนตรีร้านดิสผับ แอนด์ เรสเตอร์รอง เสียชีวิต บริเวณริมถนนสาธุประดิษฐ์ ห่างจากปากซอยสาธุประดิษฐ์ 31 ประมาณ 30 เมตร ใกล้ทางเข้าหมู่บ้านนครไทย ท้องที่ สน.บางโพงพาง ขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับที่พัก หลังจากเลิกเล่นดนตรีที่ผับดังกล่าว โดยสาเหตุมาจากผู้เสียชีวิตเป็นแฟนเก่าของ น.ส.สุนันธา ได้ข่มขู่นายปิยะณัฐ โดยการส่งข้อความโทรศัพท์ กระทั่งวันเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 2 รายขี่รถจักรยานยนต์ตามผู้เสียชีวิตออกมาจากผับดังกล่าว จุดเกิดเหตุเห็นผู้เสียชีวิตจอดรถอยู่ริมถนน จากนั้นนายปิยะณัฐจึงลงจากรถแล้วใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาจ้วงแทงผู้เสียชีวิตหลายครั้งจนเสียชีวิต ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตำรวจบก.ป.จึงร่วมกับสน.บางโพงพาง ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานจนสืบทราบว่าหลังก่อเหตุทั้งคู่หลบหนีมากบดานอยู่ใน จ.ภูเก็ต
นายปิยะณัฐ รับว่า ก่อเหตุจริง โดยน.ส.สุนันธา แฟนสาว เคยคบหากับนายมนัสก่อนจะเลิกลากันไป เนื่องจากนายมนัสชอบลงมือทำร้ายน.ส.สุนันธา ตนและน.ส.สุนันธา ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ด้วยกันที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล และคบกันได้ประมาณ 6 เดือน ช่วง 1-2 เดือนหลังมานี้ ผู้เสียชีวิตส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์และข้อความมือถือ รวมถึงโทรศัพท์มาข่มขู่ตนให้ระวังตัว และส่งรูปภาพผู้เสียชีวิตกับ น.ส.สุนันธา ในช่วงระหว่างที่คบหากันมาให้ตนดูในลักษณะเยาะเย้ย รวมถึงยังรู้ความเคลื่อนไหวของตนตลอด ว่าออกจากที่ทำงานกี่โมง ใส่เสื้อสีอะไร ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย พกมีดไว้ป้องกันตัวตลอดเวลา กระทั่งวันเกิดเหตุดื่มเบียร์จนเมา อยากพบผู้เสียชีวิตเพื่อพูดคุยสะสางปัญหา จึงบังคับให้น.ส.สุนันธาพาไปพบผู้เสียชีวิต แต่น.ส.สุนันธาไม่ยอม ตนจึงตบตีจนยอมไปด้วย จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปหาผู้เสียชีวิตที่ร้านอาหาร แต่พบว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งขี่รถออกไปจึงติดตามไป กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตด้วยอารมณ์โมโห จึงลงรถไปแทง หลังก่อเหตุ ตนกับแฟนสาวจึงลาออกจากงานแล้วหลบหนีไปอยู่บ้าน ที่จ.นครศรีธรรมราช ก่อนตัดสินใจไปอยู่กับญาติและหางานทำที่ จ.ภูเก็ต กระทั่งมาถูกจับกุม
“ผมไม่ใช่คนเลวในสันดาน ถ้านายมนัสไม่ใช่คนเลวจริงผมคงไม่ทำขนาดนั้น ต่อให้ผมจะเมาแค่ไหนก็ตาม ที่ผ่านมานายมนัสมีผู้หญิงเข้ามาติดพันมากมาย และยังชอบทำร้ายตบตี น.ส.สุนันธา และยังส่งข้อความมาเยาะเย้ย ผมจึงยอมไม่ได้” นายปิยะณัฐกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1บก.ป.นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

