วันที่ 9 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายหน่วยงานเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุเรือสปีดโบ๊ตชนใกล้หินกองมูสัง ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั้ง 4 แห่ง
เริ่มด้วยเวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พล.ต.คุณวุฒิ หมอแก้ว รองแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยนายจำเริญ ทิพยพงษธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ น.ส.หวังยี่เว่ย อายุ 26 ปีซึ่งพักฟื้นอยู่ภายในตึกศัลยกรรม และนางเกา ยุน อายุ 52 ปี ที่ห้องไอซียู หลังเข้ารับการผ่าตัดบริเวณศีรษะจากแรงกระแทก ซึ่งอาการขณะนี้ปลอดภัย โดยรองแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบกระเช้าแก่นักท่องเที่ยวทั้งสอง
ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. ที่ห้องไอซียู รพ.มิชชั่นภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ ห่มม่วง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายสุรชัย บุรพานนทชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ที่ 5 สาขาภูเก็ต น.ส.วาง ฮู จวน รองกงสุลใหญ่ประจำจังหวัดสงขลาหัวหน้า และเป็นสำนักงานกงสุลจีนประจำจังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 3 ราย ประกอบด้วยนางชู เม่ง, น.ส.ยาน หยาง และ น.ส.ฮวงยู่ฉิน โดยมี น.ส.พริ้มเพรา รัตนยันต์ ผู้อำนวยการ รพ.มิชชั่นภูเก็ต แพทย์ที่ทำการรักษา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ พร้อมชี้แจงอาการผู้บาดเจ็บแต่ละราย

นายธีระพงษ์กล่าวถึงมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ ว่า รมว.คมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยในส่วนของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้มีกฎระเบียบและมาตรการในการกำชับดูแลการเดินเรือทางน้ำมาโดยตลอด รวมถึงการเข้มงวดกับผู้ประกอบการทั้งคนขับเรือและผู้ประจำเรือ ซึ่งในการประชุมผู้บริหารกระทรวงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทางรัฐมนตรีก็ได้กำชับให้เจ้าท่าแต่ละพื้นที่เข้มงวดในการใช้มาตรการต่างๆ ที่มีอยู่ เนื่องจากพบว่าระยะนี้ ทั้งสปีดโบ๊ตและเจ็ตสกีเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างบ่อย เนื่องจากนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นทะเลฝั่งอันดามัน หรืออ่าวไทย อาทิ พัทยา พังงา ภูเก็ต กระบี่ เป็นต้น
“จากความเข้มงวดของเจ้าท่าภูเก็ต พังงา และกระบี่ ที่มีการบังคับใช้มาตรการควบคุมก่อนที่เรือจะออกจากท่าเทียบเรือต่างๆ อย่างเคร่งครัด ดังจะเห็นได้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีผู้สูญหายเลย เนื่องจากผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพทั้งสองลำ และหลังจากนี้ก็จะมีการเรียกประชุมผู้ประกอบการเรือทั้งหมดเพื่อกำชับมาตรการต่างๆ เพิ่มเติม เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นไม่ได้กระทบกับผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศด้วย ซึ่งกระทรวงมีความเป็นกังวลและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเหตุจากธรรมชาติก็ตาม เพราะขณะนั้นสภาพอากาศไม่ดี ซึ่งได้มีการกำชับให้ระมัดระวังมากขึ้น” นายธีระพงษ์กล่าว

