หน้าแรก Uncategorized คมนาคมโชว์ควา...

คมนาคมโชว์ความคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐานเขตเศรษฐกิจพิเศษ

9.06.16 | 20:51 น.

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการโครงสร้างนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ(กนพ.)ว่า ที่ประชุมรับทราบการรายงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานใน 10 พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคม ซึ่งปัจจุบันพบว่าเดินหน้าตามแผนงานกำหนด มีโครงการระยะที่ 1 กว่า 70 โครงการ ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างลงพื้นที่พัฒนา คาดว่าจะใช้ระยะเวลาราว 3 ปี แล้วเสร็จประมาณปี 2561
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก จะดำเนินการ 16 โครงการ โดยการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองแม่สอดพร้อมสะพานข้าแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 มูลค่าประมาณ 3.8 พันล้านบาท ปัจจุบันเริ่มก่อสร้างแล้วไปแล้ว 40% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2560 เช่นเดียวกับการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 ตาก–แม่สอด คืบหน้า 10% ส่วนโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานแม่สอด ขณะนี้ได้ลงนามสัญญาจ้างแล้วคาดว่าจะเปิดใช้ในปี 2560 โดยพื้นที่จังหวัดตากโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรแม่สอดแห่งที่ 2 จะต้องชดเชยการจัดหาที่ดินอีกประมาณ 300 ล้านบาท เนื่องจากมีประชาชนได้รับผลกระทบ 10 ราย บนพื้นที่ 43 ไร่
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้ว ส่วนใหญ่เป็นงานก่อสร้างทางหลวง เช่น ถนนสายแยก ทล.33 ด่านผ่านแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เริ่มต้นก่อสร้างไปแล้ว 35% เช่นเดียวกับทางต่างระดับบนถนนสายแยก ทล.33 ที่เริ่มแล้ว 0.94% แต่ในส่วนของทางหลวงอรัญประเทศ–ชายแดนไทย/กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท ซึ่งประกอบไปด้วย การก่อสร้างทางใหม่ 4 ช่องจราจรพร้อมสะพานข้ามแดนจากชายแดนไทย/กัมพูชา บรรจบไปยังถนน ทล.3366 และทางใหม่แยก ทล.33 – บรรจบ ทล.3366 รวมสะพานข้ามทางรถไฟ ปัจจุบันสำรวจพบโบราณสถาน จึงต้องปรับแก้แนวทางใหม่ และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)
“โครงการเดินหน้าได้ตามแผน ส่วนใหญ่เริ่มต้นลงพื้นตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่าภายในปี 2561 ทุกโครงการภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคมจะแล้วเสร็จ เพื่อรองรับการเดินทางในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่อาเซียน”นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือถึงนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นเขตเศรษฐกิจนิวเอสเคิร์ฟ และกำหนดคลัสเตอร์การพัฒนาให้เป็นรูปธรรม ที่ประชุมจึงจะนำร่อง 3 จังหวัดที่มีศักยภาพประกอบไปด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง กำหนดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่มีเป้าหมายเปิดให้เอกชนเข้าไปลงทุนนิคมอุตสาหกรรม และจะกำหนดออกเป็นกฎหมายสิทธิประโยชน์การใช้พื้นที่ให้ชัดเจนต่อไป นอกจากนี้เตรียมวางแผน เพื่อมองหาพื้นที่ระยะที่ 2 ขยายแนวเศรษฐกิจนิวเอสเคิร์ฟไปยังจังหวัดใกล้เคียง รองรับนิคมอุตสาหกรรมที่เติบโต เช่น ปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นต้น