หอการค้า′ ชี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 แต่เชื่อหลังครึ่งปีไปแล้วจะดีขึ้น
วันนี้ (9 มิ.ย.) นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลการสำรวจวามเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคม 2559 ปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 เป็นต้นมา เนื่องจากผู้บริโภครู้สึกว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันฟื้นตัวค่อนข้างช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาวะภัยแล้งและราคาพืชผลยังมีราคาต่ำ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวไม่มาก แต่ผู้บริโภคกลับเริ่มมีความหวังว่าเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้ในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้นตามการลงทุนของภาครัฐในครึ่งปีหลัง และเศรฐกิจโลกที่เริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 61.1 จากเดือนก่อนอยู่ที่ 61.5 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 176 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2544 เป็นต้นมา ที่ระดับ 47.5 จากเดือนก่อนอยู่ที่ 48.8 ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต (ใน 6 เดือนข้างหน้า) ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 5 เดือน ที่ระดับ 74.6 จากเดือนก่อนอยู่ที่ 74.3
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำโดยรวม ปรับลดลงที่ระดับ 67.7 จากเดือนก่อนอยู่ที่ 68.0 ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ตามความคาดหวังต่อเศรษฐกิจที่จะปรับตัวดีขึ้นในอนาคต อยู่ที่ระดับ 89.0 จากเดือนก่อนอยู่ที่ 88.5
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ดัชนีปรับลดมาจาก การส่งออกในเดือนเมษายนที่ปรับตัวลดลง 8% หลังจากที่เพิ่มขึ้นมา 2 เดือนติดต่อกัน และการมีดุลการค้าเกินดุลรวม 8,910.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ระดับราน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อราคาพืชผลทางการเกษตร รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวในระดับสูง
“แม้ว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีแรกลดลงต่อเนื่อง หรือการที่เศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่มองว่าหลังจากครึ่งปีหลังไปแล้วเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น จากการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนขั้นพื้นฐานของภาครัฐ การเบิกจ่ายงบประมาณลงไปสู่ทุกภาคส่วน ราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ ซึ่งรัฐจะต้องมีการดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ศูนย์พยากรณ์ฯ ยังประมาณการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ 2.5-3.5% ” นายธนวรรธน์กล่าว

