รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559 ว่า ภาพรวมเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินไทยอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากฐานะทางการเงินของสถาบันการเงินและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความเข้มแข็ง แม้ว่าคุณภาพสินเชื่อของลูกหนี้จะด้อยลงทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและปัญหาภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และภาคครัวเรือนเกษตร แต่สถาบันการเงินมีเงินสำรองและเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง สำหรับเสถียรภาพการเงินด้านต่างประเทศของไทยอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกัน สะท้อนจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลต่อเนื่องและเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งจะช่วยรองรับผลกระทบที่อาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงด้านต่างประเทศได้ อาทิ ความไม่แน่นอนของแนวนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก การผิดนัดชำระหนี้ของธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศจีน รวมทั้งการที่สหราชอาณาจักรอาจถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
ส่วนภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน ทำให้พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (เสริชฟอร์ยีลด์) ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมามีการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ตราสารที่มีความซับซ้อน และตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งนักลงทุนบางส่วนอาจประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น นักลงทุนควรเข้าใจถึงความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ที่จะลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ รวมถึงผู้ขายผลิตภัณฑ์ต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนโปร่งใสและครบถ้วนแก่นักลงทุน โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับความเสี่ยง ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลทั้ง ธปท. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ระมัดระวังและติดตามปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตลอดมา และได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา

