ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์นี้ยังไม่รู้ว่าจะเดินทางไปไหนดี ให้มุ่งสู่ภาคตะวันออกเอาไว้ เริ่มต้นจากกรุงเทพมหานครมีเส้นทางให้ไป 2-3 สาย
สายแรกและสายสอง จากบางนาเข้าถนนสุขุมวิท (เดิม) หรือขึ้นถนนลอยฟ้าบูรพาวิถี วิ่งเอ้อระเหยลอยชายไปเรื่อย ถึงทางแยกไปบ้านบึง หรือระยอง เมื่อไหร่ค่อยเลี้ยวซ้าย
หากเร่งรีบสักหน่อย ให้ไปตามถนนมอเตอร์เวย์ แล้วลัดออกอำเภอบ้านบึง ชลบุรี แยกไประยอง
ในตัวเมืองระยอง มีเทศกาลถนนผลไม้ขององค์การบริหารส่วนตำบลตะพง ไปถึงบริเวณนั้นทราบเองว่า “ถึงแล้ว” มีป้ายบอกตลอดทาง หรือขยันจะถามไถ่ชาวบ้านแถวนั้นก็ได้ ไม่ว่ากัน
เขาว่า ทางอยู่ที่ปาก
ปีนี้ ทุเรียนแม้จะมีน้อยสักหน่อย แต่ราคาไม่สูงนัก และอร่อย โดยเฉพาะทุเรียน เงาะ มังคุด สละ ที่นำออกมาขายบนถนนผลไม้ตะพง
จากกรุงเทพฯไประยอง ออกเดินทางเช้าสักหน่อย ประมาณ 6 โมงเช้า รถราการจราจรยังไม่คับคั่ง อาจแน่นหนาสักหน่อยเมื่อใกล้ถึงตะพง ไม่เกิน 8 โมงเช้าถึงแล้ว
แวะรับประทานอาหารเช้าที่ละแวกกลางทางมอเตอร์เวย์ หรือระหว่างทางเข้าระยอง หรือที่บริเวณงาน ไม่ว่ากัน หรือบางคนชอบรับประทานอาหารแต่เช้าจากที่บ้าน ยิ่งดี
วันก่อนแนะนำรายการจำหน่ายหนังสือจากสำนักพิมพ์ 25 แห่ง มีหนังสือออกกว่า 100 ปก ราคาลด 25% ที่มติชนบุ๊คส์สโตร์ อาคารสำนักงานมติชน และอาคารมติชนอคาเดมี ในหมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 หนังสือใหม่ของสำนักพิมพ์มติชนน่าอ่านหลายเล่ม อาทิ กัมบัตเตะเนะ “เพราะความสำเร็จไม่มีทางลัด” เขียนจากประสบการณ์ชีวิตจริงจาก
คำบอกเล่าของผู้ประสบความสำเร็จในหลายสาขาอาชีพ 15 คน
ผู้ถอดประสบการณ์ของบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั้ง 15 คน คือ “พิชชารัศมิ์ Marumura”
จากแรงบันดาลใจ 3 ข้อ ของผู้เขียน คือ
1.อยากให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานในแวดวงญี่ปุ่นให้ผู้อ่านทั่วไปที่สนใจ
2.อยากนำเสนอเทคนิคที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จที่ผสมผสานกับศาสตร์การพัฒนาตัวเองที่ดิฉันได้ศึกษามา
3.ดิฉันอยากจะพาคุณผู้อ่านไปฟังคำบอกเล่าจากประสบการณ์จริงของผู้ที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพต่างๆ
หนังสือเล่มนี้จะเหมาะกับคุณมาก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักญี่ปุ่น และอยากทำงานในวงการญี่ปุ่น
กัมบัตเตะเนะ เพราะความสำเร็จไม่มีทางลัด ราคา 180 บาท จากเรื่องของผู้มีประสบการณ์ตรง 15 คน ไม่แพง
อีกเล่มหนึ่ง น่าสนใจตรงที่ว่าเป็นเรื่องของ “วัดร้างในบางกอก” ค้นหาอดีตของกรุงเทพฯ จากซอกมุมที่ถูกลืม โดย ผศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร ผู้เขียนคำนำเสนอคือ สุจิตต์ วงษ์เทศ
สิ่งที่หายไปของชุมชนประเทศไทย เป็นดังที่ สุจิตต์ วงษ์เทศ เสนอไว้ในคำนำเสนอ
“ชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิมปลูกสร้างด้วยไม้ ส่วนมากเป็นไม้ไผ่ มุงหลังคาด้วยใบไม้ เช่น ใบจาก, ใบคา ฯลฯ เมื่อถูกฝนและแดดทั้งปียิ่งผุเปื่อยเสื่อมสลายง่าย ยิ่งนานไปยิ่งไม่เหลือซาก”
ส่วนวัดร้างในบางกอก ที่ยังเหลืออยู่ ประภัสสร์ ชูวิเชียร บอกไว้ในคำนำว่า
“คนกรุงเทพฯ” ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ทุกวันนี้หาได้ใส่ใจกับความเป็นมาของถิ่นฐานตนเองมากเท่าที่ควร จึงมักมองข้ามความสำคัญและพาลรื้อถอนอดีตของตัวเองทิ้งอยู่ทุกวัน
“วัดร้าง” ไม่เพียงเป็นศาสนสถานที่มีแค่ซากปรักหักพัง หากแต่วัดร้างยังเป็นเสมือนพื้นที่ความทรงจำของชุมชนโบราณในย่านบางกอก-หารากเหง้าของตัวเองจาก “วัดร้างในบางกอก” ราคา 325 บาท

