นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนมีการวางจำหน่ายที่ร้านเอเชียมาร์เก็ต ในเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชาว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จของคณะอนุกรรมพิจารณาความผิดกำหนดโทษและพิจารณาอัตราเบี้ยปรับ ที่มีนายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ได้ข้อสรุปว่า สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ได้นำนมโรงเรียนส่งออกไปยังจำหน่ายยังประเทศกัมพูชาจริง จึงเข้าข่ายความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการโคนมฯ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2559 ข้อ 6.6.6 ที่ให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมและผู้รับจ้างขนส่งดำเนินการจำหน่ายเฉพาะภายในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และภายในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้นคณะอนุกรรมการฯจึงได้พิจารณาบทลงโทษตามประกาศ 26.1.2 ตัดโควต้าของสหกรณ์วังน้ำเย็นทันที่ 5% จากเดิมที่มีโควต้าในการผลิตนมโรงเรียน 92 ตัน/วัน หรือ 605,562 กล่อง/วัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 4,238,934 บาท/วัน ทำให้เหลือโควต้าการผลิตเพียง 87.4ตันต่อวันหรือ 575,284 กล่อง/วัน เป็นเวลา 1 ปีการศึกษาหรือ 2 เทอม โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของมิลค์บอร์ดในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ เพื่อให้บทลงโทษมีผลบังคับใช้ต่อไป
นายธีรภัทรกล่าวว่า จากการพิจารณาข้อเท็จจริง พบว่า การนำนมโรงเรียนไปจำหน่ายยังประเทศกัมพูชา น่าจะเป็นเรื่องของการนำตราสินค้า (แบรนด์) นมโรงเรียนไปใช้มากกว่าการลักลอบนำนมโรงเรียนในโควต้าไปจำหน่าย เพราะจากการตรวจสอบนมโรงเรียนในโควต้าของสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำนวน 605,562 กล่อง/วัน ยังอยู่ครบ ดังนั้นจึงเชื่อว่าอาจมีการกระทำผิดในเรื่องอื่น เช่น การนำเข้าส่งออก ซึ่งทางมิลค์บอร์ดจะขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลากร กระทรวงการคลัง เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไป โดยกรอบระยะเวลาภายใน 30 วัน นอกจากนี้มิลค์บอร์ดยังได้ทำหนังสือไปยังสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น เรียกคืนนมที่จำหน่ายอยู่ในประเทศกัมพูชาในขณะนี้กลับมาทั้งหมด
“ที่ประชุมมิลค์บอร์ด ยังมีแนวคิดที่จะพิจารณาเพิ่มบทลงโทษ หากพบว่า สหกรณ์มีการทำความผิดในลักษณะนี้ซ้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 โดยอาจมีการขึ้นบัญชีดำ หรือ แบล็กลิสสหกรณไว้ ไม่ให้มารับโควต้าผลิตนมโรงเรียนอีก เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและไม่ให้สกรณ์อื่นทำเป็นเยี่ยงอย่าง” นายธีรภัทร กล่าว

