หน้าแรก Uncategorized คอมมานโดจู่โจ...

คอมมานโดจู่โจมโต๊ะบอลรามคำแหง2จุด ประเดิมเปิดฤดูกาลบอลยูโรวันแรก

10.06.16 | 20:31 น.

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(รอง ผบก.สปพ.) พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.พิพัฒน์ เต็งถาวร รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.เจษฎา โสมนัส สว.กก.ปพ. บก.ป. พ.ต.ต.นันทพล ทองน่วม สว.งานสายตรวจ 1 พ.ต.ต.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ สว.งานสายตรวจ 2 บก.สปพ. สนธิกำลังตำรวจคอมมานโด และตำรวจนครบาล กว่า 30 นาย บุกเข้าจับกุมโต๊ะรับพนันทายผลฟุตบอล ภายในซอยรามคำแหง 53 และ ซอยรามคำแหง 29 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ รวม 2 จุด ได้ผู้ต้องหา 10 ราย สามารถยึดโพยพนันทายผลฟุตบอล และอุปกรณ์จำนวนหนึ่ง

โต๊ะบอล2

โดยจุดแรก ภายในซอยรามคำแหง 53 เป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น เลขที่ 22/84 ด้านบนเปิดเป็นหอพักทั้งรายเดือนและรายวัน ส่วนชั้นล่างเปิดเป็นโต๊ะรับพนันบอลอย่างโจ๋งครึ่ม ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบคนดูแล 2 คน ทราบชื่อ นายสิรวิชญ์ บุญรอด อายุ 22 ปี และนายอภิชาต เพชรประกอบ อายุ 25 ปี กำลังเปิดรับแทงพนันบอล ผู้เล่น 3 คน สามารถยึดเงินสดจำนวนหนึ่ง และคอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง

โต๊ะบอล3

สอบสวนนายอภิชาติ กล่าวว่า เพิ่งจะเข้ามาทำงานเป็นผู้รับแทงออนไลน์ได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ได้ค่าแรงวันละ 500 บาท เมื่อก่อนตนเป็นเพียงผู้แทงพนัน ต่อมามีเพื่อนติดต่อให้มาดูแลแทนโต๊ะดังกล่าวแทน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาในละแวกนี้ สามารถแทงต่ำสุดในราคา 20 บาท เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์ในการหาลูกค้า

Advertisement

ส่วนจุดที่สองในซอยรามคำแหง 29 แยก 2 พบเป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น เลขที่ 14 แยก 2 สามารถจับกุมนักผู้ดูแลได้ 1 คน ทราบชื่อ นายประดิษฐ์ สุดทะ อายุ 26 ปี มีผู้เล่น 4 คน ยึดเงินสด 400 บาท โพยพนันทายผลฟุตบอลจำนวนหนึ่ง และคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง นำส่งสน.หัวหมาก ดำเนินคดี

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการเริ่มแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 วันแรก เป็นนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้เร่งให้ปราบปรามโต๊ะแทงพนันทายผลฟุตบอล โดยมีผลกระทบหลายอย่างที่ต่อเนื่องกัน วันนี้จึงสั่งการให้ติดตามพฤติกรรมของเจ้ามือรับพนันฟุตบอลตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และพบว่าที่บริเวณรามคำแหง มีการเปิดโต๊ะรับพนันฟุตบอล รวม 3 จุด โดยจับกุมได้ 2 จุด ส่วนอีกจุดนั้นไม่พบ เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ผ่านทางกล้องซีซีทีวี จึงพยายามทำการลบ CPU ในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด แต่ทางเจ้าหน้าที่สามารถกู้ข้อมูลมาได้ พร้อมยึดคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งไว้ตรวจสอบ แม้ว่าจะปิดไปแล้วแต่สามารถตรวจสอบได้ หลักจากนี้จะประสานนำของกลางส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปอท. เข้าตรวจสอบเพื่อหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป