‘พรรคโดมปฏิวัติ’ แถลงการณ์หลังชาวเน็ตแฉ สมาชิกข่มขืน น.ศ.สาว เจ้าตัวยันเป็นการสมยอม พร้อมให้ตรวจสอบ
#จับโป๊ะโดมปฏิวัติ กลายเป็นแฮชแท็กยอดนิยมในทวิตเตอร์ ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาหลังมีการออกมาเปิดเผยประเด็นดราม่า นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ถูกข่มขืน โดยมีการออกมาเปิดโปงว่าตนเองถูกนักศึกษาชายข่มขืน และผู้ก่อนเหตุนั้นเป็นสมาชิกของ “พรรคโดมปฏิวัติ” ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งเป็นสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัยด้วย
หลังจากเรื่องราวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ส่งผลให้นักศึกษาชายที่ถูกกล่าวหา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดย ขอให้แยกเรื่องตนออกจากเรื่องพรรค และยืนยันว่า ไม่ได้ข่มขืน แต่เป็นการสมยอมของฝ่ายหญิง ซึ่งบุคคลที่ว่านั้นเป็นแฟนเก่า ที่เคยคบหากันเมือ 2-3 ปีที่แล้ว ซึ่งในระหว่างที่คบกันมีเพศสัมพันธ์กันตามคู่รักปกติ แต่ยอมรับว่ามีการขอมีเพศสัมพันธ์แต่ครั้งแรกอีกฝ่ายปฏิเสธ ตนก็ถามเรื่อยๆ จนอีกฝ่ายยิมยอม ปราศจากการใช้กำลังข่มขู่ใดๆทั้งสิ้น
“หลังจากที่เลิกรากันไป ในช่วงแรกผมยังรักและต้องการให้เรากลับมาคบหากัน และเขาได้ต่อว่าผมว่าผมข่มขืนเขา ผมรู้สึกน้อยใจ จึงใช้คำพูดที่ประชดประชันเขา ว่าผมข่มขืนเขา แต่แท้จริงแล้วเป็นการพิมพ์เพื่อประชดและอยากให้เขาสนใจ เป็นการเล่นตามบท ด้วยอารมณ์น้อยใจที่ปราศจากเหตุผล ซึ่งส่วนนี้เขาใช้โจมตีผมว่าผมข่มขืนเขาตามที่เขาโพสต์”

ขณะที่ทาง “พรรคโดมปฏิวัติ” ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า พรรคไม่เคยถูกร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมาก่อน และตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และสั่งให้สมาชิกคนดังกล่าวพักงานจนกว่าจะสืบทราบความจริง หากพบว่ากระทำผิดจริงจะมีโทษถึงขั้นขับออกจากพรรค และจะช่วยผู้เสียหายดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมา ทางพรรคโดมปฏิวัติออกแถลงการณ์อีกฉบับ โดยระบุว่า “การสอบสวนต้องเป็นกลาง โปร่งใส และเป็นธรรม” กรณีที่มีผู้ร้องเรียนว่า

ทั้งนี้ นักศึกษาชายผู้ถูกกล่าวหา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง โดยระบุว่า เมื่อวานทางกองกิจการนักศึกษาติดต่อมาว่าจะมีการสอบสวน ผมก็รีบมาถึงเวลานัดตอน 10:00 น. เพื่อจะได้รับการสอบสวนและมาออกแถลงผลการสอบสวนให้เร็วที่สุด เพื่อให้สังคมได้รับรู้ข้อเท็จจริง ที่ไม่ได้มาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยไร้หลักฐานที่หนักแน่น แต่เมื่อมาถึงทราบว่า ทาง อ.กองกิจฯ ได้เลื่อนการสอบสวน เนื่องจากอาจารย์ติดภารกิจ
“ผมจึงอยากแถลงต่อทุก ๆ คนว่า ผมไม่เคยคิดหนี,ปิดบังหลบซ่อนตัว,นิ่งนอนใจ หรือ จะ”ปล่อยผ่าน” กับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ และ
“ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความอยุติธรรม”
ดังนั้นผมต้องการแถลงต่อสาธารณชนว่า ผมพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่าง ๆ ที่ผู้กล่าวหาจะเลือกมา เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องนี้อย่างเคลียร์ที่สุด เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”


