นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงการประชุม MTJWC (Myanmar-Thailand Joint Working Committee) ว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือระดับปลัดกระทรวงพลังงานของไทยและพม่าแล้ว เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านพลังงานตามกรอบเดิมที่เคยตกลงไว้ ภายหลังจากพม่ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และมีการปฏิรูปหน่วยงานรัฐ คือ กระทรวงพลังงานไฟฟ้าและกระทรวงพลังงานเป็นหนึ่งเดียว โดยพม่าพร้อมร่วมมือด้านไฟฟ้าและปิโตรเลียมกับไทยไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความคืบหน้าคลังแอลเอ็นจีลอยน้ำ (เอฟเอสอาร์ยู) การซื้อขายไฟฟ้าป้อนเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โรงไฟฟ้าพลังน้ำมายตง และฮัดจี ดังนั้น หลังจากนี้จะมีการหารือรายละเอียดระดับเจ้าหน้าที่แต่ละเรื่องอีก 2-3 ครั้งในช่วงกรกฎาคม และกันยายน จากนั้นจะสรุปความคืบหน้าเสนอมายังการประชุมในระดับปลัดกระทรวงพลังงานของทั้ง 2 ประเทศในเดือนพฤศจิกายนนี้
นายอารีพงศ์กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดของความร่วมมือ ประกอบด้วย คลังแอลเอ็นจีลอยน้ำขนาด 3 ล้านตัน ที่จะดำเนินงานโดย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในไทยและอีกส่วนหนึ่งจะป้อนให้กับพม่า ขณะนี้ทางพม่ายังไม่ทราบปริมาณที่ชัดเจน แต่ยืนยันว่าจะต้องมีคลังแอลเอ็นจีเป็นครั้งแรกแน่นอนเพื่อความมั่นคง เนื่องจากพม่าจะมีรอยต่อช่วงสัญญาก๊าซฯที่จะหมด อาจทำให้ช่วง 5-6 ปีข้างหน้าปริมาณก๊าซในประเทศจะลดต่ำหรือขาดได้ จึงต้องมีการสร้างคลังแอลเอ็นจีรองรับ ขณะที่โครงการซื้อไฟฟ้าเพื่อป้อนเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายนั้น ทางพม่ายืนยันยังต้องการที่จะซื้อไฟจากไทย 100 เมกะวัตต์ ผ่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แต่เนื่องจากแผนการพัฒนาทวายเองยังไม่ชัดเจน ดังนั้น พม่าจะไปหารือกับผู้พัฒนาอีกครั้ง ส่วนโครงการผลิตไฟฟ้าน้ำจะมีที่มายตง จะศึกษาความสูงที่เหมาะสม และแบ่งทำ 2 เขื่อน จากกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 6,300 เมกะวัตต์ อีกโรงคือโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮัจยี ตั้งอยู่ในจังหวัดผาอัน รัฐคยิ่น กำลังผลิต 1,360 เมกะวัตต์ แต่จะป้อนกลับมาไทย 1,190 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการนี้ยังมีการคัดค้านอยู่

