เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศหลังการปฏิรูป 2 ปี ว่า ตนเห็นว่ารัฐบาลปฏิรูปประเทศเดินหน้าไปมากแล้วและเริ่มปรากฎผลชัดเจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีปัญหาของประเทศที่หมักหมมสะสมมานานอีกมากที่จะต้องสะสาง ทั้งนี้หากพิจารณาจากการประเมินของ5องค์กรระดับโลกบ่งชี้ว่าการปฏิรูป2ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นการขยับอัพเกรดประเทศในทิศทางที่ดีขึ้นโดยพิจารณาจากผลการประเมิน 5 เรื่อง
1.การเติบโตทางเศรษฐกิจ ธนาคารโลกปรับตัวเลขการประเมินอัตราการเติบโดทางเศรษฐกิจของไทยปี2559จาก2%เป็น2.5และจะขยายตัวต่อเนื่องในปีหน้านับเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเซียตะวันออกและแปซิฟิกที่เศรษฐกิจขยายตัว ซึ่งตนคิดว่าภายใต้ยุค”สถานการณ์ปกติใหม่” ถือว่ารัฐบาลทำได้ดี
2. ศักยภาพของประเทศในการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันปี2559ของประเทศไทยดีขึ้นจากอันดับ30เป็น28สามารถแซงเกาหลีได้เป็นครั้งแรกและเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่อันดับปรับขึ้น
3. กทม.คว้าแชมป์โลกที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลกแซงมหานครลอนดอนของอังกฤษ จากการจัดอันดับของมาสเตอร์การ์ดประจำปี2559 ซึ่งเป็นผลมาจากความสงบเรียบร้อยโดยฝ่ายความมั่นคง และความสามารถของกทม. กระทรวงท่องเที่ยวฯ การท่าอากาศยานและภาคเอกชน
4.เสือตัวที่5ของเอเซีย ไทยได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศดีที่สุดอันดับ21ของโลกและอันดับ5ของทวีปเอเซียรองแค่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์และเกาหลีจากการจัดอันดับประจำปี 2559ของยูเอส.แอนด์เวิลด์รีพอร์ตในการประชุมเวิลด์อีโคโนมิคฟอรั่ม (WEF)
5.สุขภาพและคุณภาพชีวิตประเทศไทยได้รับการจัดอันดับปี2559ว่ามีการบริการสุขภาพของระบบสาธารณสุขดีที่สุดอันดับ4ของโลกและดีที่สุดอันดับ2ของโลกในการแก้ปัญหาการติดต่อของโรคเอดส์และซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกอีกด้วย
“ซึ่งความสำเร็จทั้ง 5 เรื่องเป็นเพียงตัวอย่าง แต่เรายังมีปัญหาอีกมากที่ต้องปฎิรูป เช่น การคอรัปชั่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การศึกษา การเกษตร การบังคับใช้กฏหมาย ระบบราชการโดยเฉพาะกิจการตำรวจ เป็นต้น โดยต้องอาศัยการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปของทุกภาคีภาคส่วนซึ่งสปท.ได้ขยายความร่วมมือกับ72องค์กรเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศภายใต้การสนับสนุนของแม่น้ำ5สายและประชาชน” นายอลงกรณ์ กล่าว

