เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นายประเสริฐ ดอยลอม หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน เปิดเผยกรณี กอ.รมน.น่าน สมาคมพัฒนาไผ่ไทย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฝ่ายปกครองอำเภอสันติสุข จ.น่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพื้นที่ 1,866 ไร่ ต.ป่าแล้วหลวง อ.สันติสุข นำร่องโครงการ “ปลูกไผ่ทดแทนข้าวโพดเพื่อแก้ไขปัญหาภูเขาหัวโล้น” โดยใช้แนวทางเข้าใจ เข้าถึงแล้วพัฒนา ปลูกคนให้เข้มแข็งเพื่อปลูกป่าอย่างยั่งยืน โดยหลังเสร็จกระบวนการดังกล่าวแล้ว นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จะเป็นประธานพิธีเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 นี้ว่า หากสามารถจัดสรรที่ดินของรัฐให้กับประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ตามคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ไผ่จะสามารถเป็นทั้งป่าต้นน้ำและพื้นที่ทำกิน เนื่องจากทั้งป่าและที่ดินทำกินต้องผสมผสานกันให้ได้ เพราะต้องยอมรับความจริงว่ามีชาวน่านหลายชุมชนอาศัยอยู่กับป่า

“เราทราบกันดีว่าเรามีชาวบ้านอาศัยอยู่กับป่าจำนวนมาก จากการขึ้นทะเบียนปลูกข้าวโพดที่ผ่านมา มีจำนวน 8 แสนถึง 1 ล้านไร่ หากสามารถนำกลับมาสร้างป่าต้นน้ำผสมผสานกับไม้ไผ่ที่เป็นพืชเศรษฐกิจ แล้วให้ประโยชน์ในรูปสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน สลับการปลูกพืชประจำที่ เกษตรกรได้ที่ดินคนละประมาณ 25-30 ไร่ก็น่าจะอยู่ได้ ทดแทนการทำไร่หมุนเวียนบนดอย” นายประเสริฐกล่าว และว่า ในอนาคตไม่อยากเห็นป่าเศรษฐกิจนี้จะมีเฉพาะไม้ไผ่ ควรผสมผสานไม้ประดู่ ไม้แดง หรือไม้มะค่า เพราะไม้ไผ่ไม่สามารถอยู่ได้แบบโดดๆ พึ่งพิงต้นไม้อื่นไว้ป้องกันลมพายุด้วย
นอกจากนี้นายประเสริฐยังกล่าวว่า สำหรับแนวทางป้องกันจะไม่ให้ให้นายทุนเข้ามาสวมรอยหาผลประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ทำได้โดยต้องให้องค์กรชุมชนร่วมเป็นผู้คัดกรองกิจกรรมต่างๆ แต่ชุมชนยังต้องมีธุรกิจกับพ่อค้าอยู่ ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 และ 2 เห็นว่าควรเก็บไว้เป็นแหล่งต้นน้ำ ไม่ควรให้ใครเข้าไปทำกิน ยกเว้นเป็นโครงการพระราชดำริ หรือโครงการพิเศษ เพราะมีชุมชนตั้งอยู่และจำเป็นต้องอนุญาตให้ทำกินได้

