นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมวางเป้าหมายสร้างรายได้จาก 5 พันล้านบาท เป็น 1 หมื่นล้านบาท ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า มีแนวทางที่ดำเนินการ เช่น เพิ่มส่วนแบ่งรายได้จากเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่มาเช่าที่ราชพัสดุ เพื่อดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ที่กำลังหมดสัญญาเช่าที่กับกรมธนารักษ์ปีนี้ ดังนั้นกรมต้องเจรจา ทอท. เพื่อพิจารณาค่าเช่าใหม่ จากในปีนี้ ทอท.จะจ่ายรายได้ให้กรมประมาณ 1,800 ล้านบาท ดังนั้นต้องไปดูว่าสัญญาเช่าที่ผ่านมานั้นเหมาะสมหรือไม่ โดยได้มีการว่างจ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการศึกษาแนวทางการปรับค่าเช่ากับ ทอท.ที่เหมาะสม ดูในเรื่องการนำไปให้เช่าดูในเชิงพาณิชย์ว่ามีเท่าใด ในต่างประเทศให้ผลตอบแทนอย่างไรบ้าง
นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายมาว่าในอนาคตกรมธนารักษ์ต้องเป็นหน่วยงานหลักในการหารายได้เข้าประเทศ ถ้าเปรียบเทียบกับกรมภาษีที่เก็บรายได้ปีละแสนล้าน และปีละล้านล้านบาท กรมธนารักษ์คงต้องทำงานอย่างหนักขึ้น นอกจาก ทอท.แล้ว ในส่วนขอรัฐวิสาหกิจรายอื่น ต้องถูกปรับค่าเช่าด้วยเหมือนกันถ้าครบกำหนดสัญญา โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาคือ การแบ่งรายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้น เช่นกรณีท่าเรือภูเก็ต มีข้อสรุปที่จะแบ่งรายได้เข้ารัฐ 5% ซึ่งในการแบ่งรายได้จากรัฐวิหสากิจอื่นนั้นต้องอยู่ที่การเจรจาว่าจะได้สรุปอย่างไร สำหรับรัฐวิสาหกิจที่จ่ายค่าเข่าสูงสุดให้กรมธนารักษ์ในปีงบ 2558 ประกอบด้วย ทอท. 1,595 ล้านบาท บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 564 ล้านบาท บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 200 ล้านบาท บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) 169 ล้านบาท
นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า นอกจากนี้กรมกำลังเข้าไปเจรจากับหน่วยงานราชการที่นำที่ราชพัสดุไปดำเนินการเชิงพาณิชย์สวัสดิการ อาทิ ไปสร้างปั๊มน้ำมัน สร้างโรงแรม ต้องมีการแบ่งรายได้ให้เข้ารัฐ 70% จากการตรวจสอบพบว่าหน่วยงานราชการนำที่ราชพัสดุไปใช้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ 799 แปลง มีการดำเนินการให้ถูกต้องไปแล้ว 79 แปลง ก่อให้เกิดรายได้กว่า 2 พันล้านบาท นอกจากนี้กรมไปตรวจสอบถึงการเช่าที่ของเอกชน พบว่ามีการใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์กว่า 3 พันแปลง มีการแก้ไขไปแล้ว 921 แปลง ก่อให้เกิดรายได้กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนของการเช่าที่เชิงพาณิชย์ของเอกชนนั้นกรมจะมีการปรับค่าเช่าที่ให้เป็นปัจจุบัน โดยใช้ฐานของราคาประเมินที่ดิน ราคาตลาด และมูลค่ารวมของที่ดิน มาคิดผลตอบแทนใหม่ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะบางพื้นที่ค่าเช่าถูกมาก เช่น ตลาดในจังหวัดสมุทรปราการมีค่าเช่าเพียง 2 บาท/เดือน/ตารางวา เท่านั้น
นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า พร้อมกันนี้กรมเร่งไปแก้ปัญหาโครงการเก่าๆ อาทิ หมอชิต ร้อยชักสาม ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และที่ดินมักกะสัน คาดว่าทำให้มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่า 3 หมื่นล้านบาทในช่วง 5 ปีข้างหน้า

