เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นายตระการ คุณาวุฒิ อายุ 59 ปี อยู่ในเขตเทศบาลเมืองจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางมาตรวจสถานการณ์ภัยแล้งบึงสีไฟ จ.พิจิตร โดยมีการสั่งการเร่งด่วนให้ใช้งบประมาณสะสมเหลือจ่ายปี 2559 ดำเนินการแก้ปัญหาบึงสีไฟ โดยให้งบประมาณ 35 ล้านบาท สิ่งที่เป็นห่วงและกังวลขณะนี้เรื่องของการแก้ปัญหาบึงสีไฟ แก้เฉพาะแค่เรื่องน้ำในบึงสีไฟอย่างเดียวหรือ ทำไม่ไม่แก้ปัญหาทั้งระบบ เนื่องจากบึงสีไฟขณะนี้ทรุดโทรมจนน่าใจหาย
นายตระการกล่าวอีกว่า การจะแก้ปัญหาเรื่องบึงสีไฟ ควรแก้ทั้งระบบ ต้องมีการวางแผนว่าจะทำบึงสีไฟให้เป็นรูปแบบไหน จะทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ หรืออุทยานบัว ต้องวางแผนให้เป็นรูปธรรม ไม่ใช่พอมีปัญหาก็ของบประมาณ ขึ้นไปขอจากทางภาครัฐที พอให้งบประมาณมาก็ทำแบบสุขเอาเผากิน ทำแล้วไม่มีการดูแลเหมือนทำแล้วทิ้ง
“ที่ผ่านมา บึงสีไฟแห่งนี้เป็นหัวใจหลักของคนพิจิตร เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพิจิตรที่เชิดหน้าชูตา งบประมาณที่ได้มาพัฒนาบึงสีไฟแต่ละครั้งมหาศาล รัฐบาลหลายรัฐบาลให้มาพัฒนาบึงสีไฟ แต่หลายหน่วยงานนำมาพัฒนาไม่เป็นรูปธรรมทำให้สูญเปล่า ดังนั้นการที่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มาในครั้งนี้ อยากให้มีการตรวจสอบทุกขั้นตอน เรื่องของการใช้งบประมาณไม่อยาก เห็นเหมือนที่ผ่านมาทำแล้วไม่เกิดประโยชน์หลายโครงการ” นายตระการกล่าว
นอกจากนี้ นายตระการกล่าวว่า อยากแนะนำภาครัฐ หลายหน่วยงานให้ดู อบจ.พิจิตร เป็นตัวอย่างในเรื่องการถ่ายโอนสนามกีฬามาจากการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งก่อนหน้านั้นสนามกีฬาพิจิตรทรุดโทรม หลังจากได้รับการถ่ายโอนมาอยู่ในความดูแลของ อบจ.พิจิตร เปลี่ยนไปมากมาย ดูเขาพัฒนาสนามกีฬาขณะนี้เป็นที่ 1 ในภาคเหนือ สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญครบวงจร ตรงนี้หากทางภาครัฐดูเป็นตัวอย่างหากดูแลบึงสีไฟไม่ได้ ก็มอบให้ อบจ.เข้าไปเป็นเจ้าภาพในการดูแลบึงสีไฟจะได้ดีขึ้น

