หน้าแรก Uncategorized ผู้การฯภูเก็ต...

ผู้การฯภูเก็ตเสียดาย ร.ต.ท.เหยื่อปืนตร.ยิงกันเองเป็นคนดี ยกอุทาหรณ์เป็นเรื่องอารมณ์ล้วนๆ

12.06.16 | 16:45 น.

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมหลังการสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงกันเองจนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ว่าเริ่มต้นเกิดจาก ส.ต.ต.วงศธรและเพื่อนมาเที่ยวร้านอาหารฮัวพานตรงข้ามจุดที่ ส.ต.ต.วงศธรจอดรถไว้  ด.ต.ณันฑ์ทะชัยซึ่งรับหน้าที่ดูแลอยู่ที่หน้าร้านอาหารดังกล่าวขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน ส.ต.ต.วงศธร ปรากฏว่าไม่ได้พกมา จึงเริ่มมีการไม่พอใจกันขึ้นมา แต่สุดท้าย ด.ต.ณันฑ์ทะชัยอนุญาตให้เข้าไปนั่งดื่มกินในร้านได้ จนกระทั่งใกล้ร้านปิด ส.ต.ต.วงศธรและเพื่อนจึงเดินออกจากร้าน ขณะเดียวกันเกิดการมองหน้าระหว่าง ด.ต.ณันฑ์ทะชัยกับ ส.ต.ต.วงศธรที่หน้าร้าน แต่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น จากนั้นกลุ่ม ส.ต.ต.วงศธรได้เดินกลับมาที่รถ แต่ ด.ต.ณันฑ์ทะชัยได้เดินติดตามมาพร้อมกับเข้าไปทำร้ายร่างกาย ส.ต.ต.วงศธร ทำให้ ส.ต.ต.วงศธรวิ่งมาคว้าปืนที่เก็บไว้ภายในรถมาทุบเข้าที่ศีรษะ ด.ต.ณันฑ์ทะชัยจนแตกเลือดอาบ ขณะเดียวกัน ส.ต.ต.วงศธรได้ยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัดก่อนที่ ด.ต.ณันฑ์ทะชัยจะวิ่งกลับไปที่ร้าน

ระหว่างนั้น ร.ต.ท.ธรรมรงค์นั่งกินข้าวต้มอยู่ภายในร้านดังกล่าวกับเพื่อนตำรวจได้เดินออกมาตรวจสอบหาต้นตอของเสียงปืน โดยได้เดินเข้าไปที่รถของ ส.ต.ต.วงศธร เพื่อจะสอบถามเหตุการณ์ ทันใดนั้น ส.ต.ต.วงศธรได้เปิดประตูรถฝั่งคนขับออก พร้อมกับชักปืนยิงใส่ ร.ต.ท.ธรรมรงค์ 1 นัด ทำให้ล้มลงกับพื้นก่อนที่ ร.ต.ท.ธรรมรงค์จะชักปืนประจำกายยิงใส่เข้าไปที่ประตูรถ 3 นัดซ้อน ทำให้ ส.ต.ต.วงศธรได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้เป็นเหตุที่เกิดจากอารมณ์ ทำให้เกิดเหตุบานปลายดังกล่าวขึ้น

พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวว่า ร.ต.ท.ธรรมรงค์นั้นได้ออกไปปฏิบัติงานจริง เพราะว่าในส่วนงานของกองกำกับสืบสวนภูเก็ตนั้นมีนโยบายที่เข้มแข็ง จึงมีการส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนนอกเครื่องแบบลงพื้นที่ไปเสริมการปฏิบัติกับสายตรวจในพื้นที่ทุกวัน ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจจึงมานั่งรับประทานอาหารกัน แต่เหตุเกิดขึ้นก็ไม่ได้ละเลย ด้วยความเป็นตำรวจก็รีบวิ่งไปช่วยระงับเหตุ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ไปรับงานนอกเวลานั้น ความจริงแล้วก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนที่นอกเวลางานก็ไปประกอบอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เพิ่มเติม ซึ่งถ้าเป็นอาชีพสุจริตไม่ขัดต่อหลักกฏหมายก็ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด แต่สำหรับ ด.ต.ณันฑ์ทะชัยนั้นจะมีการสอบสวนความผิดอีกครั้งเนื่องจากเป็นต้นตอให้เกิดปัญหาขึ้น ถึงแม้ว่าการจะไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุโดยตรงก็ตาม

“ส่วนกรณีของ ส.ต.ต.วงศธร ผู้ก่อเหตุซึ่งเสียชีวิตในภายหลังนั้น จากการสอบสวนแล้วพบว่าไม่ได้พาอาวุธไปในสถานบันเทิง แต่เก็บไว้ในรถ ถ้าวิเคราะห์แล้วก็ไม่ได้มีเจตนาจะเข้าไปหาเรื่องหรืออ้างเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ และไม่ใช่เวลางาน จึงไปในฐานะบุคคลธรรมดา ส่วน ด.ต.ณันฑ์ทะชัยนั้นก็อยู่ในฐานะของ จนท.ดูแลความปลอดภัยให้กับสถานบันเทิง  ก็ทำตามกฎของสถานบันเทิงเพราะถ้าไม่มีบัตรก็จะไม่ให้เข้า จึงมีปากเสียงกันเล็กน้อยก่อนจะเกิดอารมณขึ้นทั้งสองฝ่ายก่อนจะนำไปสู่การลงไม่ลงมือ เรื่องนี้จึงนับว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ ซึ่งในคนทั่วไปก็เกิดขึ้นได้ วอนสังคมอย่าเอาอาชีพไปตัดสิน เพราะจะประกอบอาชีพใดก็ล้วนเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” พล.ต.ต.ธีระพลกล่าว

สำหรับ ร.ต.ท.ธรรมรงค์ ดำรงตำแหน่งเป็น รอง.สวป.สภ.เมืองภูเก็ต ดูแลพื้นที่ตำบลรัษฎา ซึ่งเป็นนายตำรวจที่มีแต่คนรักและให้ความเคารพนับถือ โดยเฉพาะรุ่นน้อง เนื่องจากเป็นคนอุปนิสัยดี รักพี่รักน้อง และเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตต้องมาสูญเสียนายตำรวจน้ำดีไป

Advertisement