นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นในช่วงสัปดาห์นี้นักลงทุนกำลังจับตามองตลาดเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การประชุมของธนาคารกลาง 3 แห่ง ทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อังกฤษ ซึ่งโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ในการประชุมสัปดาห์นี้มีค่อนข้างน้อย ด้วยปัจจัยต่างประเทศไม่เอื้อแต่ของญี่ปุ่นอาจมีการพิจารณาเพิ่งวงเงินคิวอีเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินเยน และเรื่องการลงประชามติของคนอังกฤษในเรื่องที่จะออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป(อียู)ในสัปดาห์ถัดไป โดยล่าสุดผลสำรวจที่ Bloomberg รวบรวมมามีผู้ต้องการออกจากอียูขยับขึ้นไปเป็น 53% แล้ว และมีผู้อยู่ต่อ 47% ซึ่งความไม่แน่นอนในเรื่องเหล่านี้ จะทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน หรือโยกเงินเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประเมินกรอบดัชนีฯสัปดาห์นี้ ไว้ที่ 1,420 -1,451 จุด
“ปัจจัยที่จะเป็นตัวแปรที่มีความเข้มข้นมาก เข้ามาในตลาด คือการลงประชามติของประชาชนอังกฤษเพื่อตัดสินใจว่าจะให้อังกฤษเป็นสมาชิกกลุ่มอียูต่อไปหรือไม่ ซึ่งการโหวตจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ คะแนนที่ใกล้เคียงกันระหว่างผู้ต้องการออกกับผู้ต้องการอยู่ในอียูต่อ จึงประเมินว่าเวลานี้นักลงทุนไม่รู้ว่าโอกาสจะไปอยู่ในฝั่งไหน และเกิดความกังวลจึงทำในสิ่งที่ปลอดภัยไว้ก่อน คือ โยกเงินและเก็งกำไรสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง คือ เงินดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ และพันธบัตร โดยได้แรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากเงินทุนที่กำลังท่วมตลาดจึงต้องหาที่พักเงิน” นายมงคลกล่าว
ทั้งนี้ จากปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดพันธบัตรของไทยได้อานิสงส์ คือมีการซื้อพันธบัตรของนักลงทุนต่างประเทศ 7 วันติดต่อกันด้วยการเข้าซื้อสุทธิ ถึง 6.3 หมื่นล้านบาท แต่ในตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาเดียวกันกลับมียอดซื้อสุทธิเพียง 1.0 หมื่นล้านบาท บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นไทยแทบไม่ได้ประโยชน์จากเงินทุนไหลเข้า ดังนั้นจึงคาดว่าตลอดสัปดาห์นี้จะเห็นภาพเช่นนี้ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเนื่องจากทิศทางตลาดหุ้นที่ถูกกดดันจากปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศ จะทำให้มีแรงขายทำกำไรเข้ามาในตลาด ในภาพรวมๆ แนะนำให้ชะลอการลงทุน หรือเก็งกำไรช่วงสั้นๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเปิดทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 13 มิถุนายน ดัชนีปรับตัวลงทันที ผ่านมาแล้วครึ่งชั่วโมง ที่เวลา 10.30 น. ดัชนีอยู่ที่ 1,419.19 จุด ลดลง 10.02 จุด จากดัชนีปิดตลาดเมื่อเย็นวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา

