วันที่ 13 มิถุนายน น.ส.ยุพา ชาญวิกรัย อาจารย์หลักสูตรโภชนาการและโภชนบำบัด คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) เปิดเผยว่า ทาง มพ.โดยคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้มีการลงพื้นที่ครั้งที่ 1 เพื่อสำรวจข้อมูลด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และข้อมูลด้านสุขภาพของชาวไทลื้อ อ.เชียงคำ จ.พะเยา พื้นที่เป้าหมายคือ บ้านแวนวัฒนา หมู่ 1 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ หลังจากสำรวจข้อมูลพบว่าอาหารที่ชาวไทลื้อนิยมรับประทานนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งเป็นผลดีต่อร่างกายโดยรวม
น.ส.ยุพากล่าวต่อว่า ชาวไทลื้อมีวิถีการดำรงชีวิตในการใช้พืชผักสมุนไพรในท้องถิ่น หรือพืชผักสวนครัวที่ปลูกเองตามฤดูกาล นิยมประกอบอาหารใช้น้ำมันน้อย และใช้เกลือในการปรุงรส ตัวอย่างอาหารประเภทแกง เช่น แกงผักกาด แกงแค แกงผักกูด แกงผักหวาน เป็นต้น ประเภทปิ้ง ย่าง จี่ แอ๊บ (หมก) เช่น ปลาปิ้ง จิ้นย่าง ข้าวจี่ แอ๊บปลา (หมกปลา) เป็นต้น
“นอกจากนี้ ยังมีแอ่งแถะที่ทำมาจากต้นแอ่งแถะซึ่งภาคอีสานเรียกต้นเครือหมาน้อยมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และจิ้นซ่ำพริก (คล้ายคั่วกลิ้ง) ซึ่งเป็นอาหารประจำท้องถิ่นของชาวไทลื้อที่มีความเป็นเอกลักษณ์ แอ่งแถะถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการและให้พลังงานน้อย ประกอบด้วยใบหมาน้อย พริกสด มะกอก ผักชี ปลาป่น และปรุงรสด้วยเกลือ ไม่นิยมปรุงรสอาหารด้วยเครื่องปรุงสมัยใหม่” น.ส.ยุพากล่าว

ด้านนายสวัสดิ์ คำแก้ว อดีตกำนัน ต.น้ำแวน กล่าวว่า นอกจากการรับประทานอาหารจากพืชผักและสมุนไพรพื้นบ้านที่ปลูกเองภายในครัวเรือนแล้ว ชาวไทลื้อยังชอบออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน หรือทำความสะอาดบ้าน แผ้วถางหญ้าภายในรั้วบ้าน เป็นการออกกำลังกายทุกวัน ทำให้สุขภาพร่างกายของชาวไทลื้อแข็งแรง ที่สำคัญชาวไทลื้อเราไม่นิยมสารปรุงรสอาหารสมัยใหม่ ชอบทานแบบธรรมชาติพื้นบ้านเป็นหลัก

