นายวิสิษฐ์ โมไนยพงศ์ กรรมการกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรี.ดี.เฮ้าซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะส่งผลดีต่อตลาดรับสร้างบ้าน คือทำให้คนที่มีที่ดินหรือมีแผนจะสร้างบ้านอยู่แล้ว ตัดสินใจสร้างบ้านเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสการซื้อที่ดินให้กับคนที่กำลังต้องการสร้างบ้าน เพราะแลนด์ลอร์ดจะทยอยขายที่ดินออกมา แต่ก็เพียงผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น ในระยะยาวจะทำให้คนที่ต้องการสร้างบ้านเองและถือครองที่ดินเปล่าต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปกติเวลาการถือครองที่ดินอยู่ที่ 10-15 ปี ก่อนจะปลูกสร้างบ้าน ทำให้ลูกค้าอาจเปลี่ยนไปซื้อบ้านในโครงการจัดสรรแทน ก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจสร้างบ้านได้
“ภาษีที่ดินโดยรวม ถือว่าดี และมีแนวคิดที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่อัตราภาษีที่สูงเกินไปสำหรับที่ดินเปล่า อาจกระทบต่อการถือครองที่ดินรายย่อย และคนที่ต้องการสร้างบ้าน แทนที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำกลับสร้างความเหลื่อมล้ำ เพราะคนรวยเท่านั้นที่จะถือครองที่ดินได้ ดังนั้น ควรเขียนรายละเอียดแยกกันระหว่างธุรกิจและรายย่อย” นายวิสิษฐ์กล่าว
สำหรับภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านช่วง 5 เดือนแรกปี 2559 กำลังซื้อชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตลาดกลางถึงล่าง เพราะลูกค้าจำนวนมากชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านหรือเลื่อนเวลาก่อสร้างบ้านออกไป ทำให้ธุรกิจรับสร้างบ้านต้องปรับตัวหาตลาดใหม่และปรับการบริหารจัดการภายในเพื่อลดรายจ่าย ส่วนครึ่งปีหลังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจว่าจะเป็นอย่างไร และคาดว่าตลาดรับสร้างบ้านปีนี้ขยายตัวได้เล็กน้อย
นายวิสิษฐ์กล่าวว่า สมาคมฯกำลังหารือกับธนาคารไทยพาณิชย์ จัดทำแพคเกจกู้สร้างบ้านพร้อมตกแต่ง โดยขยายวงเงินกู้เพื่อสร้างบ้านและตกแต่ง จากเพิ่ม 30% เป็น 50% เพราะลูกค้าที่สร้างบ้านต้องมีค่าใช้จ่าย เช่น ทำรั้ว เฟอร์นิเจอร์ ติดม่าน แอร์ เป็นต้น โดยอัตราดอกเบี้ยกู้ตกแต่งเท่ากับอัตราดอกเบี้ยกู้สร้างบ้าน แต่หากกู้เพื่อตกแต่งอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าเพราะเป็นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล

