หน้าแรก Uncategorized เตรียมงบกว่า ...

เตรียมงบกว่า 500 ล้าน ฟื้นฟูห้วยคลิตี้ เอ็นจีโอร้องชาวบ้านติดตามไม่ได้เพราะไม่รู้แผน

13.06.16 | 17:35 น.

วันที่ 13 มิถุนายน  นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา เปิดเผยว่า ชาวบ้านกะเหรี่ยง คลิตี้ล่าง ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ที่ยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษต่อศาลปกครองสูงสุด จนศาลปกครองสูงสุดพิพากษาสั่งให้กรมควบคุมมลพิษ เร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ภายใน 3 เดือน แต่กว่าจะเริ่มดำเนินการก็ผ่านมาเป็นระยะเวลา 3 ปี ขณะที่ชาวบ้านไม่ทราบแผนและรายละเอียดโครงการในการฟื้นฟูลำห้วยตลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่วแต่อย่างใด แม้จะมีการตั้งให้ชาวบ้านเป็นคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูแต่เมื่อไม่มีรายละเอียดโครงการ ก็ไม่ทราบจะติดตามได้อย่างไร

รายงานระบุว่า กรมควบคุมมลพิษใช้งบประมาณผูกพันข้ามปี โครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่ว ระหว่างปีพ.ศ. 2559 – 2561 เพื่อดำเนินการ วงเงิน 584,248,800 บาท โดยมีการประกวดราคาการจ้าง แล้วให้ผู้รับจ้างยื่นข้อเสนอและราคา ในวันที่ 28 มิถุนายน 2559 ซึ่งกำหนดเริ่มโครงการประมาณเดือนสิงหาคม 2559 โดยมีกิจกรรมหลักที่จะดำเนินการคือ การขุดลอกลำห้วยคลิตี้ การฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนรอบโรงแต่งแร่เดิม การก่อสร้างหลุมฝังกลบแบบปลอดภัยสำหรับรองรับตะกอนดินที่ปนเปื้อนจากการฟื้นฟูห้วยคลิตี้และบริเวณโรงแต่งแร่ และการก่อสร้างฝายดักตะกอน จำนวน 2 แห่ง ซึ่งกำหนดให้แล้วเสร็จใน 1,000 วัน หรือ 3 ปี ซึ่งหากดำเนินการตามแผนดังกล่าว จะพบว่า มลพิษก็ยังคงปนเปื้อนอยู่ เนื่องจากไม่ได้มีการกำจัดให้หมดไปอย่างแท้จริง ซึ่งชาวบ้านเพียงต้องการให้สามารถกลับมาใช้น้ำได้เหมือนแต่ก่อน โดยการดูดหรือขุดลอกสารพิษจากกิจกรรมเหมืองแร่ออกทั้งหมด เริ่มจากบริเวณโรงแต่งแร่ต้องเอาตะกั่วปนเปื้อนในพื้นที่ทั้ง 90 กว่าไร่ออกทั้งหมด แล้วจึงไล่ขุดลอกในลำห้วยคลิตี้ จากบริเวณโรงแต่งแร่ ลงมาจนพ้นหมู่บ้านคลิตี้ล่างเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ไม่ใช่ขุดลอกเพียงบางจุดตามแผนของกรมควบคุมมลพิษ

201606131624252-20021028190336

ส่วนตะกอนตะกั่วจากการขุดลอกต้องนำไปกำจัดอย่างของเสียอุตสาหกรรมโดยบริษัทและโรงงานกำจัดมลพิษภายนอก เพราะกรมควบคุมมลพิษเคยตรวจสอบพบว่าเป็นสารพิษจากอุตสาหกรรม และนำออกไปกำจัดภายนอกแล้ว 4 หลุม จึงไม่ควรนำไปเพียงฝังกลบไว้ในพื้นที่เหนือลำห้วยคลิตี้ เพราะหากมีการรั่วไหลจะลงสู่ลำห้วยคลิตี้โดยตรง และกลับมาสู่หมู่บ้านคลิตี้ใหม่

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ไม่เสร็จสิ้นและชาวบ้านยังไม่สามารถใช้น้ำในลำห้วยและจับสัตว์น้ำได้ดังเดิม กรมควบคุมมลพิษต้องเยียวยาจัดน้ำสะอาดและอาหารแทนสัตว์น้ำ ตลอดจนเยียวยาด้านชุมชนสังคมแก่ชาวบ้านคลิตี้

Advertisement