“หมอเหวง” ท้า “บิ๊กป้อม” ใช้ ม.44 ปิดศูนย์ปราบโกงฯ
วันที่ 13 มิถุนายน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. กล่าวว่า ขออนุญาตตอบ พล.อ.ประวิตรในบางประเด็นดังนี้ 1.พล.อ.ประวิตร ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับ นปช. ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ ศูนย์ปราบโกงก็อยู่ภายใต้กฎหมาย ปฏิบัติไปตามกฎหมายทุกประการ แล้วทำไม่จะตั้งไม่ได้ องค์กรของรัฐและองค์กรเอกชน ต่างกันโดยพื้นฐาน องค์กรของรัฐ เป็นองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐกระทบต่อประชาชน 67 ล้านคนทั้งหมดโดยตรง จึงต้องมีกฎหมายกำหนดบังคับว่าให้ทำได้เฉพาะสิ่งที่กฎหมายบัญญัติไว้ ส่วนองค์กรเอกชนไม่ได้ใช้อำนาจรัฐ และอยู่ภายใต้อำนาจขององค์กรรัฐด้วยซ้ำไป จึงไม่ต้องมีกฎหมายกำหนดให้ตั้ง และไม่มีกฎหมายบัญญัติอำนาจให้ว่าให้อำนาจอะไรได้บ้าง แต่องค์กรเอกชนหรือเอกชน ตกอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายเอกชน เช่นประมวลแพ่ง ประมวลอาญา เป็นต้น ดังนั้น สำหรับองค์กรเอกชนหรือเอกชน ห้ามทำ ในสิ่งที่กฎหมายห้าม เท่านั้น ถ้าพล.อ.ประวิทย์ ไม่ต้องการให้ตั้ง ท่านต้อง ใช้ม.44ออกกฎหมาย บังคับลงไปเลยว่า “ศูนย์ปราบโกงผิดกฎหมาย หากเป็นเช่นนี้ “ศูนย์ปราบโกง” ก็ต้องปิดตัวลงทันที ออกกฎหมายเลย พรบ.ว่าด้วยศูนย์ปราบโกงเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วพวกตนจะปิดศูนย์ทันที แต่หากไม่มีกฎหมายบังคับเช่นนี้ “ศูนย์ปราบโกง”เปิดดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
นพ.เหวง กล่าวอีกว่า 2.ประเทศจะวุ่นวายได้อย่างไร ในเมื่อศูนย์ปราบโกงทำเพียงสองประการคือเชิญชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิลงประชามติให้มากที่สุดในวันที่7 สิงหาคม เพื่อจะได้ไม่อายพม่าและตอกย้ำให้ประชาชนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานของรัฐ ห้ามทำผิดกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็เป็นการโกง ก่อนหน้าวันที่ 7 สิงหา การใช้คนนับล้านไปอธิบายประชาชนว่าร่างรัฐธรรมนูญมีแต่ ดีกับดีกับดีกับดี เท่านั้นนี่ส่งสัญญาณอะไร ผิดกฎหมายหรือเปล่า มีแต่ ดีนั่น นี่ โน่น แล้วจะให้คนฟังทำอย่างไร ผิดกฎหมายไหม โกงไหม 3.แล้วการลงประชามติเมื่อปี2550ที่ฝ่ายรับชนะนั้น คะแนนในหลายจังหวัดภาคใต้ ที่รับรัฐธรรมนูญมีจำนวนมากกว่าผู้มีสิทธิ ซึ่งแสดงชัดว่ามีการโกงและจำนวนคะแนนรับที่โกงจากใต้ หักล้างคะแนนไม่รับจากภาคเหนือและภาคอิสานสิ้นเชิง แล้วภาคกลางและกทม.ก็ทำให้ฝ่ายรับชนะไป 7สิงหาครั้งนี้ นปช.ต้องการให้ฝ่ายชนะ ชนะอย่างขาวสะอาด ไม่ได้ตั้งเป้าว่า ฝ่ายไหนชนะ แต่ต้องชนะอย่างขาวสะอาด ถ้าชนะแบบโกง ประชาชนรับไม่ได้แน่ หรือพวกท่านต้องการชัยชนะแบบโกงหน้าด้านๆ 4.เมื่อประชามติ2550 ก็มีกกต และมีปปช. แล้ว ป้องกันการโกงได้ไหม องค์กรเหล่านั้นเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ กันเสียดื้อๆ ดังนั้นการอ้างว่า มีกกต. มีปปช.ทำหน้าที่แล้วไม่ต้องมีศูนย์ปราบโกง ฟังไม่ขึ้น
นพ.เหวง กล่าวอีกว่า 5.ถ้าประชาชนภายในประเทศไม่ถูกรังแกกดขี่ข่มเหงกันจนทนไม่ได้แล้ว ใครจะแบกหน้าไปขอความเป็นธรรมจากสหประชาชาติและอียูเล่าครับ อีกอย่าง สององค์กรนี้ก็เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกว่า ช่วยถ่วงดุลให้เกิดความยุติธรรมตามกฏเกณฑ์กติกาสากลทุกอย่างได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น กฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กฎไอซีซีพีอาร์ ที่ทั่วโลก รวมทั้งประเทศรับรองและให้สัตยาบัน ไว้แล้ว เป็นต้น หากรัฐไม่ได้ใช้อำนาจรังแกกดขี่ข่มเหงประชาชนตามอำเภอใจ จะไปกลัวอะไรกับการเข้ามาสังเกตุการณ์ของสหประชาชาติและอียู วัวที่ไม่สันหลังหวะ ไม่กลัว อีกา หรือเหยี่ยวจะบินผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้สำทับหลายครั้งแล้วครับว่าอย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน ซึ่งพวกตนถือว่าเป็นการให้คำแนะนำตักเตือนที่ให้ระมัดระวังตัวไว้ถือว่าเป็นการพูดด้วยอัธยาศัยของผู้นำ แต่ไม่ใช่สั่งให้ปิด

