หน้าแรก Uncategorized สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ชำระประวัติศาสตร์อุษาคเนย์

14.06.16 | 11:21 น.
สุจิตต์ วงษ์เทศ-แฟ้มภาพ

ไทยกับกัมพูชามีบรรพชนร่วมกัน อยู่บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง

เห็นได้จากกรุงศรีอยุธยาเป็นมรดกจากวัฒนธรรมกัมพูชา ผ่านรัฐละโว้ (ที่ลพบุรี) และไทยยกย่องวัฒนธรรมเขมรเป็นของสูง ของศักดิ์สิทธิ์จากบรรพชน เช่น

พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาก่อนยุคอยุธยาจนถึงยุคแรกๆ ตรัสภาษาเขมรในชีวิตประจำวัน แต่เปลี่ยนเป็นภาษาไทยในสมัยหลัง แล้วยกภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์

คนไทยก่อนมีอักษรไทย ใช้อักษรเขมรเขียนภาษาไทย หลังมีอักษรไทยจึงยกอักษรเขมรเป็นอักษรศักดิ์สิทธิ์ใช้ลงอาคมของขลัง ฯลฯ

แต่คนไทยกับคนกัมพูชายังดราม่าทางวัฒนธรรมสม่ำเสมอเมื่อมีเหตุจูงใจ และจะมีต่อไปอีกนานถ้ายังยึดประวัติศาสตร์แบบคลั่งชาติ

Advertisement

สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งทางวัฒนธรรมที่ตกค้างจากยุคอาณานิคม แล้วทุกฝ่ายไม่ยอมถอนตัวออกจากหลุมดำอำมหิตนั้น

อาเซียนต้องร่วมมือด้านสังคมวัฒนธรรมด้วย มิใช่มีด้านเดียวที่เศรษฐกิจ

แต่ทุกประเทศมุ่งด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ แล้วปล่อยตามยถากรรมด้านสังคมวัฒนธรรม จึงมีประเด็นปะทะวิวาทบาดหมางกันทางโซเชียลและทางอื่นๆ อยู่เนืองๆ

ความขัดแย้งทางสังคมวัฒนธรรมจะลดลงหรือเลิกราไป ก็โดยร่วมกันชำระประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ ให้พ้นจากการครอบงำของแนวคิดอาณานิคม

โดยเริ่มต้นที่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อหลายแสนหลายหมื่นหลายพันปีมาแล้ว เป็นแผ่นดินเดียวกันตั้งแต่ภาคพื้นทวีปกับกลุ่มเกาะ และ เป็นคนเหมือนกัน แต่ยังไม่มีชื่อชาติพันธุ์ (หรือมีแล้วแต่ไม่มีหลักฐานจะรู้ได้) ยังไม่มีรัฐชาติ

แต่นับถือเหมือนกันในศาสนาผี และมีความสืบเนื่องทางวัฒนธรรมจนปัจจุบัน เช่น กินข้าว, กินกับข้าวเน่าแล้วอร่อย, ขวัญ, อยู่เรือนเสาสูง, พิธีศพหลายวัน, พิธีเลี้ยงผีขอฝน ฯลฯ

รวมถึงร้องรำทำเพลง (นาฏศิลป์และดนตรี) โขนละคร เหมือนกันหมดทั้งอาเซียน (ต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อย) เพราะเป็นวัฒนธรรมร่วม ไม่มีใครเป็นเจ้าของฝ่ายเดียวหรือพวกเดียว