เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.ชุมพล หันชะนา ผกก.สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำตัวนายเด่นพงษ์ เจริญสุข อายุ 31 ปี ต.นาบอน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ข้าราชการครูสอนคอมพิวเตอร์ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเขต 6 ขอนแก่น มาสอบสวนเหตุเพราะถูกจับตามหมายศาลจังหวัดขอนแก่นที่ จ.188/ 2559 ลงวันที่ 13 มิ.ย. 2559 โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการหรือรับของโจร พร้อมของกลางที่ตามยึดมาเป็นของกลางได้ จำนวน 7 เครื่อง คือ โน้ตบุ๊กยี่ห้อเอเซอร์ สีดำ พร้อมกระเป๋า ที่เป็นของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเขต 6 ขอนแก่น ที่ส่วนกลางส่งมาให้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนให้นักศึกษาในสถาบันดังกล่าว
พล.ต.ต.จิตรจรูญ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเขต 6 ขอนแก่น ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่มาแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.วิสุทธิ์ บุญโชติ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านเป็ด ว่า มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลักเอาโน้ตบุ๊ก จำนวน 20 เครื่อง เหตุเกิดภายในอาคารช่างไฟฟ้าของสถาบันฯ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ได้ทำการสืบสวนสอบสวนจากกล้องวงจรปิดในสถาบัน และตรวจสอบสถานที่เป็นโรงรับจำนำในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จนทราบว่าผู้ต้องหาได้ลักเอาโน้ตบุ๊กพร้อมกระเป๋าสีดำ จำนวน 20 เครื่อง ของสถาบันฯไป โดยทยอยลักเอาไปครั้งละ 1-2 เครื่อง เพื่อนำไปฝากขายตามร้านรับฝากขาย หรือโรงรับจำนำในเขต อ.เมืองขอนแก่น แล้วนำเงินที่ได้มาไปใช้จ่ายเกี่ยวกับบัตรเครดิต โดยอ้างว่าเงินเดือนจำนวน 15,000 บาทต่อเดือนไม่เพียงพอรายจ่ายให้กับบัตรเครดิตในธนาคารที่ผู้ต้องหามีอยู่
กระทั่งเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านเป็ด ได้สืบทราบว่า นายเด่นพงษ์ เจริญสุข ครูสอนคอมพิวเตอร์ในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเขต 6 ขอนแก่น เป็นผู้ลักขโมยโน้ตบุ๊ก 20 เครื่อง ที่ตนนำมาเป็นอุปกรณ์การสอนให้กับนักศึกษาในสถาบันดังกล่าวเสียเอง โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของสถาบันฯ และลายนิ้วมือที่ติดอยู่ในโน้ตบุ๊กที่ถูกลักขโมยไปจากสถาบันทุกเครื่อง จึงได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดขอนแก่น และไปตามจับกุมนายเด่นพงษ์ได้ในสถาบันดังกล่าว พร้อมกับให้นายเด่นพงษ์พาไปตามโน้ตบุ๊กที่ถูกลักขโมยไปตามร้านขายฝาก และโรงรับจำนำ ซึ่งตามยึดคืนมาได้ จำนวน 7 เครื่อง
หลังจากนั้นนายเด่นพงษ์ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปควบคุมที่ห้องคุมขัง สภ.บ้านเป็ด โดยไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น พูดเพียงว่าขอให้ปากคำในชั้นศาลเท่านั้น พร้อมขอใช้สิทธิ์ไม่ขอให้มีการแถลงข่าว โดยให้บิดามารดาที่มีอาชีพเป็นข้าราชการครูทั้งสองคนได้เดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ โดยนำหลักทรัพย์มาประกันตัว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

