จากกรณีกรมการปกครอง สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย เปิด “ปฏิบัติการสังขร” เข้าตรวจสอบ นาตารี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ อาบอบนวด ย่านถนนรัชดาภิเษก กระทั่งสามารถคุมตัวหญิงค้าบริการได้ 121 คน โดยพบว่ามีหญิงสาวกว่า 77 คน เป็นต่างด้าว และมีการควบคุมคนคุมสถานบริการ กับคนเชียร์แขกรวม 5 คน ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ สน.ร่มเกล้า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายประเสริฐ หรือโกลัก สุขขี อายุ 58 ปี และนายสมหมาย หรือก้อง พัดสิง อายุ 45 ปี ในข้อหา ร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยการค้าประเวณี ร่วมกันเป็นธุระจัดหาชักพาบุคคลเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และร่วมกันเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณี ให้สถานที่พักพิงต่างด้าว ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต ขณะนี้ให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่จับกุมทั้ง 2 คนได้ทันที
ขณะที่ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.รรท.ผบก.น.1 กล่าวว่า สั่งการให้ พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สส.บก.น.1 ลงพื้นที่ติดตามจับกุม เบื้องต้นทราบว่าทั้ง 2 คนปิดเครื่องโทรศัพท์ ทำให้ไม่สามารถโทรติดต่อได้ จากการตรวจสอบที่บ้านพักไม่พบตัว อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างลงพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พ.ต.อ.ชยุต มารยาตร์ รอง ผบก.น.1 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีสถานบริการอาบอบนวดนาตารี เปิดเผย ว่า หลังศาลอนุมัติหมายจับนายประเสริฐ หรือโกลัก และนายสมหมาย หรือก้อง แล้ว ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนทราบว่านายประเสริฐ เป็นเจ้าของสถานบริการนาตารี โดยใช้ผู้อื่นเป็นนอมินีแทน ส่วนนายสมหมาย เป็นผู้จัดการร้านและผู้ถือใบอนุญาตสถานบริการ ขณะเข้าจับกุมสามารถหลบหนีไปได้ มอบหมายให้ชุดสืบสวนดำเนินการสืบสวนจับกุม คาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้
พ.ต.อ.ชยุต กล่าวต่อว่า สำหรับใครที่ร่วมกระทำความผิด มีส่วนได้เสียไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐหากมีพยานหลักฐานไปถึง ต้องดำเนินคดี สำหรับรายชื่อที่ปรากฏในบัญชีส่วย รวมถึงสติ๊กเกอร์รูปสิงห์ที่มีการอ้างว่าเป็นการจ่ายส่วยให้ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนในทางลับ ทั้งนี้จะประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)เข้าตรวจสอบทรัพย์สินว่าได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่ หากพบว่าได้มาจากการกระทำความผิดจะดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่านายประเสริฐและนายสมหมาย ถูกแจ้งข้อหาทั้งสิ้น 14 ข้อหา คือ ร่วมกันเป็นผู้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลและเด็ก (บุคคลมีอายุต่ำกว่า 18 ปี) โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น การบังคับใช้แรงงานหรือบริการอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ด้วยวิธีการฉ้อฉล หลอกลวง หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ, ร่วมกันเป็นผู้เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม, ร่วมกันเป็นผู้เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม,
ร่วมกันเป็นผู้ดูแล หรือผู้จัดการ การค้าประเวณีหรือสถานค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี, ร่วมกันเป็นผู้ดูแล หรือผู้จัดการ การค้าประเวณีหรือสถานค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี อันเป็นสถานการค้าประเวณีที่มีบุคคล และเด็กซึ่งมีอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี ทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย, ร่วมกันเป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่ออนาจารซึ่งชายหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ร่วมเป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหญิง และได้กระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี อีกด้วย แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม,
ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดเพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม, ร่วมกันเป็นผู้รับคนต่างด้าวเข้าทำงาน โดยคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานกับตน ทำงานนอกเหนือจากประเภท และลักษณะงานที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ณ ท้องที่หรือสถานที่ที่ระบุไว้ในอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานบริการ(สถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์ทางการค้า) ประเภทสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่,
ร่วมกันเป็นนายจ้างที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นลูกจ้าง โดยไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน, ร่วมกันเป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ, ร่วมกันเป็นผู้ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก, ร่วมกันดำรงชีพอยู่แม้เพียงบางส่วนจากรายได้ของผู้ซึ่งค้าประเวณีหรือสมาคมกับผู้ซึ่งค้าประเวณี รับเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ซึ่งค้าประเวณีเป็นผู้จัดให้

