ยังจำได้ว่าตอนที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้ใหม่ๆ
เสียงของนายสมคิดดังกระหึ่มประเทศ
ความจริงแล้วอาจจะดังไปถึงต่างประเทศด้วยก็ว่าได้
ทั้งนี้ เพราะนายสมคิดคือความหวังของประเทศไทย เป็นความหวังที่จะฟื้นเศรษฐกิจของไทยให้ฟื้นตัว
วันนั้นทั้งนโยบายประชารัฐ ทั้งนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ทั้งนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้ 2 ขา
ต่างได้รับการตอบรับ…
เงินกองทุนหมู่บ้านทยอยลงไป เงินตำบลละ 5 ล้านบาท ก็ได้รับอนุมัติ
มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายนานัปการเริ่มออกมาสำแดงฤทธิ์ ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าโรดโชว์ ดึงคนมาลงทุน
วันนั้นเสียงของฝ่ายเศรษฐกิจดังสนั่น
แต่วันนี้ดูเหมือนว่า ทุกอย่างกำลังเปลี่ยน
คำถามเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจไทยกลับดังขึ้นมาเรื่อยๆ แม้นายสมคิดจะยังคงขยัน และทีมเศรษฐกิจยังคงมุ่งมั่น
แต่คำถามว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นแล้วจริงหรือยังกระหึ่ม
คำถามที่ว่าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม ก็ได้ยินเป็นระยะๆ
ล่าสุด ทุกคำพูดทุกความเคลื่อนไหวของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล กลับกลายเป็น คำถามย้อนกลับ
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ออกมาตั้งคำถามอีก
หนึ่ง ถามว่า การที่เวิลด์แบงก์บอกว่าไทยจะโต 2.5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก แต่ทีมเศรษฐกิจบอกว่าดีใจแล้ว
แสดงว่าปีนี้พอใจที่จะโต 2.5% ใช่หรือไม่ แล้วที่บอกว่าโต 3.7% หรือ 3.5% หายไปไหน?
สอง ถามว่า การที่ไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์บอกไทยโตต่ำสุดในอาเซียน ทีมเศรษฐกิจเห็นด้วยหรือไม่ และจะแก้ไขอย่างไร
และต่อไปเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านจะโตแซงไทยใช่หรือไม่
สาม ถามว่า การที่บางธนาคารกำหนดดอกเบี้ย 0% แสดงถึงเงินล้นแบงก์ และหนี้เสียยังเพิ่มไม่หยุด แปลว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นใช่ไหม
สี่ ถามว่า การลงทุนทั้งจากต่างประเทศและในประเทศที่ลดลงมาก ถึงขนาดที่ทีมเศรษฐกิจต้องออกมาบ่นแสดงถึงความมั่นใจของนักลงทุนที่หดหายใช่หรือไม่ และจะปรับโครงสร้างประเทศได้ไหมถ้าไม่มีการลงทุน
ห้า ถามว่า การที่จะอาศัยการลงทุนจากภาครัฐอย่างเดียว จะทำให้เศรษฐกิจโตต่อเนื่องได้หรือไม่
หก ถามว่า ยอดการส่งออกที่ลดลง และการที่การลงทุนก็ลดลง จะทำให้การส่งออกในอนาคตยิ่งลดลงหรือไม่
เจ็ด ถามว่า รัฐบาลจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ประชาชนอย่างไร
แปด ถามว่า รัฐธรรมนูญใหม่หากไม่เป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศ จะสามารถช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้หรือไม่
คำถามเหล่านี้เริ่มดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่คำตอบจากฝั่งรัฐบาลไร้พลัง
เสียงจากฝั่งรัฐบาลเริ่มเบาลง เบาลง เบาลง
เบาลงจนไม่อยู่ในความสนใจของผู้คนไปเสียแล้ว

