หน้าแรก Uncategorized เล็งออกกฎคุมห...

เล็งออกกฎคุมหอพัก-จัดแผนซ้อมเหตุ หลังเหตุไฟไหม้คร่าชีวิต 17 นักเรียนในเชียงราย

14.06.16 | 15:10 น.
วันที่ 14 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยาภายในมูลนิธิพันธกิจสุขสันต์ (องค์กรสาธารณประโยชน์) อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย หลังเกิดเหตุไฟไหม้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้เด็กหญิงชั้นอนุบาล-ป.6 เสียชีวิต 17 คน และบาดเจ็บ 5 คน โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นายอำเภอเวียงป่าเป้า พ.ต.อ.ประหยัด สิงสิน ผกก.สภ.เวียงป่าเป้า นางพิมพ์ วาสนา ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมญาติของเด็กที่เสียชีวิตและบาดเจ็บบางส่วนเดินทางไปรับคณะด้วย โดยคณะได้นำสิ่งของที่มีผู้ร่วมบริจาคไปมอบให้กับผู้ปกครองเด็กที่เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่ละราย
รายงานระบุว่า คณะยังได้สอบถามข้อมูลจากทางโรงเรียนเพื่อนำไปปรับปรุงด้านกฎหมาย โดยข้อมูลที่ควรนำกลับไปคือ การที่ไม่เคยมีกิจกรรมซักซ้อมหรือซ้อมแผนในบ้านพักหลังเกิดเหตุเพื่อรองรับกรณีอาจเกิดเหตุขึ้นมาก่อนเลย รวมทั้งในบ้านพักก็มีผู้ดูแลเป็นครูผู้หญิงอยู่แค่ 1 คนโดยดูแลเด็กจำนวน 36 คน กระนั้นทางคณะกรรมาธิการก็ระบุว่าสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศโดยไม่เคยมีการซ้อมแผนกันมาก่อนเลย ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการยังได้สอบถามข้อมูลต่างๆ จากทางโรงเรียนอีกหลายประเด็นโดยเฉพาะข้อสงสัยในการดูแลความปลอดภัยและเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ
นายตวงกล่าวว่า กรรมาธิการทั้งหมดได้มีการประชุมกันแล้วและมีความเห็นชอบไปในทิศทางเดียวกันว่าสมควรให้มีการบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะกฎกระทรวง เพื่อให้นำไปบังคับใช้กับสถานศึกษาหรือองค์กรต่างๆ ที่รับผิดชอบในหอพักเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็ก เพื่อให้มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง ซึ่งหากเป็นกฎหมายก็ต้องบังคับใช้กันทั่วประเทศ เพราะที่ผ่านมามีกฎหมายจริงแต่ยังไม่ครอบคลุมไปถึงบ้านพักหรือหอพักของเด็กนักเรียนดังกล่าว
นายตวงกล่าวอีกว่า ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุขึ้นจริงแล้วทำให้เด็กที่ประสบเหตุไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร และยังกลับห้องแล้วปิดห้องขังตัวเองเอาไว้จนเกิดเหตุน่าเศร้าดังกล่าว แต่หากมีการซักซ้อมเด็กก็จะคุ้นเคยและรู้ทางหนีทีไล่ เส้นทางวิ่ง ช่องทางเดินเพื่อออกจากเหตุวิกฤตไปจนถึงการเตรียมตัวด้านต่างๆ ซึ่งในหน่วยงานอื่นมีการซักซ้อมกันเป็นประจำแต่กรณีของสถานศึกษากลับไม่มีเลย แตกต่างจากในต่างประเทศที่มีแผนซักซ้อมกันเป็นประจำ ดังนั้นขั้นตอนต่อไปคือหลังจากให้เจ้าหน้าที่ไปศึกษาเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ อย่างละเอียดแล้ว จะได้นำเสนอข้อมูลและข้อเสนอไปยัง สนช.และรัฐบาลเพื่อพิจารณาออกเป็นกฎหมายโดยกรณีของรัฐบาลสามารถออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้ได้เลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นคณะได้มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บซึ่งเดินทางไปรับจำนวน 5 ราย ส่วนรายอื่นๆ ไม่ได้เดินทางไปโดยบางส่วนยังคงติดพันเรื่องการทำบุญให้กับบุตรหลานที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้ปกครองของ ด.ญ.รดา อาเซาะ นักเรียนชั้น ป.4 ซึ่งยังไม่รู้สึกตัวเพราะสูดดมควันเข้าไปมาก และ ด.ญ.นรินทิพย์ อาจู ชั้นอนุบาล 3 ที่ถูกไฟลวกผิวหนัง 23% ไปรับเงินช่วยเหลือด้านการรักษาซึ่งปรากฎว่าผู้ปกครองของ ด.ญ.รดา ยังคงเสียใจกับเหตุการณ์และเมื่อลูกสาวของตัวเองยังไม่ได้สติดังกล่าวทำให้ร้องไห้ฟูมฟามอย่างน่าเวทนาจนหายใจขัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปลอบประโลมและพาไปพักที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้าชั่วคราว