เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ทำหน้าที่หัวหน้าชุดพญาเสือ ศูนย์ฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า ชุดปฏิบัติการพญาเสือ ร่วมกับนายฉลอง พันธุนาคิน หัวหน้าหน่วยรักษาป่าน้ำตกคลองพลู อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองพลู เกาะช้าง เดินทางไปตรวจสอบเอกสารสิทธิ น.ส 3 ก.ของโรงแรมสยามบีช เกาะช้าง หลังพบว่ามีพื้นที่บางส่วนของโรงแรมอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ซึ่งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ได้พบกับนายบุญช่วย กุลศรีวรชัย เจ้าของโรงแรมสยามบีช เพื่อขอเข้าตรวจสอบ ซึ่งนายบุญช่วย กุลศรีวรชัย ได้นำเอกสารสิทธิมาแสดง พร้อมนำคณะของกรมอุทยานฯเข้าตรวจสอบ

การตรวจสอบครั้งนี้ นายชัยวัฒน์ นำเครื่องมือตรวจพิกัดและภาพถ่ายดาวเทียมตรวจที่ลาดชัน พบว่าพื้นที่ น.ส.3 ก. มีบางส่วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และสภาพพื้นที่มีสภาพสูงชั้น รวมทั้งมีพื้นที่อยู่ในพื้นที่ป่าดิบชื้นด้วย โดยพื้นที่ทั้งหมดที่ระบุในเอกสาร น.ส.3 ก. มีพื้นที่ 58 ไร่ ด้านล่างที่ก่อสร้างโรงแรมและสิ่งปลูกสร้างมีประมาณกว่า 20 ไร่ อีก 30 ไร่อยู่ด้านบน ที่มีพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานฯเกาะช้างที่มีการประกาศในปี 2525 และได้มีกั้นพื้นที่ของเอกชนเพื่อให้ใช้ประโยชน์จำนวน 40,000 ไร่ ซึ่งพื้นที่โรงแรมสยามบีชด้านล่างมีการปลูกต้นมะพร้าวอยู่แสดงว่ามีการใช้ประโยชน์ถูกต้องแต่ด้านบนไม่ถูกจึงขอคืนให้กับอุทยานฯ

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุอาคารโรงแรมสยามบีชถล่ม มีการร้องเรียนว่าโรงแรมบุกรุกพื้นที่อุทยานฯเกาะช้าง และออกเอกสารสิทธิเกิน น.ส.3 ก. จึงขอให้นายบุญช่วย กุลศรีวรชัย นำเอกสาร น.ส.3 ก. มาแสดงและนำเข้าตรวจสอบ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการสร้างอาคารกีดขวางทางน้ำด้วย ซึ่งพบว่าการสร้างอาคารมีการสร้างคร่อมทางน้ำไหลและสร้างในพื้นที่ลาดเอียง ซึ่งจากการรังวัดของเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในพื้นที่อุทยานฯเกาะช้างจริง ซึ่งเป็นสภาพป่าดิบชื้น มีความลาดเอียงสูงมากถึง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่มีการใช้ประโยชน์ จึงได้หารือกับนายบุญช่วย นำที่ดินคืนให้กับทางอุทยานฯเกาะช้างไป เพื่อจะได้ไม่ต้องดำเนินคดี

ด้านนายบุญช่วยกล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบที่ดินแห่งนี้ไม่มีปัญหา ที่ดินใน น.ส.3 ก. มี 58 ไร่ และมีพื้นที่ด้านล่างที่ก่อสร้างโรงแรมมีประมาณกว่า 20 ไร่ ด้านบนกว่า 50 ไร่ ซึ่งเป็นที่สูงชันไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เมื่อทางอุทยานฯขอคืนก็พร้อมที่จะคืนให้ แต่ขอหารือกับญาติพี่น้องก่อน แต่ทุกอย่างน่าจะไม่มีปัญหาพร้อมจะคืนให้ซึ่งเป็นความตั้งใจอยู่แล้ว แต่มีเงื่อนไขว่า ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ขอเก็บไว้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามไว้ ซึ่งที่ดินแห่งนี้เป็นมรดกตกทอดจากครอบครัว ส่วนการมอบคืนนั้น ขอให้มีการรังวัดให้แน่นอนแล้ว และจะเดินทางไปมอบให้กับมืออธิบดีกรมอุทยานฯโดยตรง

