หน้าแรก Uncategorized เจอมิจฉาชีพเย...

เจอมิจฉาชีพเยือนถึงบ้าน สาวแสบหลอกป้าขายกบ เผลอคว้ากระเป๋าเงินเชิดหนี

14.06.16 | 15:11 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ต.ท.พีรศักดิ์ สวยสม สารวัตร สภ.เกษไชโย พร้อมด้วย ร.ต.อ.นิเศน์ อยู่แย้ม รองสารวัตรสอบสวน สภ.เกษไชโย ได้รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ในเขตพื้นที่ ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง จึงรีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุ เป็นบ้านชั้นเดียวอยู่ติดถนน อ่างทอง-สิงห์บุรี สายเก่า บ้านเลขที่ 33 ม.2 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง หน้าบ้านมีป้ายติดไว้ว่า มีกบขาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียหายคือ นางศรีนวล เที่ยงธรรม อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.4 ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง โดยได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้นั่งเย็บผ้าอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าบ้าน และนั่งอยู่เป็นประจำทุกวันเพื่อรอลูกค้ามาสั่งซื้อกบ ในวันนี้หลังจากที่ลูกชายคนเล็กขี่รถออกจากบ้านไปได้ไม่ถึง 10 นาที ก็มีผู้หญิงขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้ามาในบ้าน โดยผู้หญิงคนนี้สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีเทา เสื้อด้านในเป็นเสื้อโปโลลายขวางสีแดงสลับขาว สวมหมวกไหมพรมสีดำ อายุประมาณ 30 ปี เดินเข้ามาคุยพร้อมดึงหมวกไหมพรมขึ้น พร้อมสั่งซื้อกบจำนวน 10 กิโลกรัม แต่ว่ายังไม่ได้เอาวันนี้ มาสั่งไว้ก่อน โดยจะใช้ในวันอาทิตย์ จากนั้นตนเองได้ขอเบอร์โทรศัพท์จากหญิงสาว ตนจึงหยิบโทรศัพท์ของตนเองให้หญิงสาวกดเบอร์ให้ แต่เธอกลับบอกว่าหนูใช้ไม่เป็นหรอกรุ่นนี้ ขอกระดาษกับปากกาแทน ตนเองจึงเอี้ยวตัวหันไปด้านข้างเพื่อหากระดาษกับปากกาให้ โดยหญิงสาวได้เขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้คือเบอร์ 08-9405-9495 ใช้ชื่อว่า พร จากนั้นจึงขอตัวกลับและคว้ากระเป๋าเงินและวิ่งไปสตาร์ตรถขี่ออกจากบ้านไปยังรวดเร็ว ซึ่งตนเองตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทันสังเกตว่าไปทางไหน จากนั้นจึงตะโกนเรียกลูกชายที่เพิ่งกลับเข้ามาว่าถูกเค้าเอาเงินไป พร้อมรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

พ.ต.ท.พีรศักดิ์ สวยสม สารวัตร สภ.เกษไชโย กล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลจากผู้เสียหาย เนื่องจากทราบการเข้าออกของคนในบ้านผู้เสียหายเป็นอย่างดี รู้ข้อมูลของคนในบ้าน ซึ่งอาจมีการเตรียมการไว้ พอลูกชายออกไปก็รีบเข้ามาก่อเหตุ พร้อมทั้งสอบถามถึงลักษณะของคนนู้นคนนี้ในบ้าน ทำเหมือนกับรู้จัก ซึ่งทำให้ผู้เสียหายตายใจ พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีต่อไป