เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี รองผู้บัญชาการ สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.สันติพัฒน์ พรหมะจุล รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการคณะทำงานปราบปรามการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่สื่อลามกเด็กออนไลน์ พร้อมทีมป้องกันปราบปรามสื่อลามกอนาจารเด็ก ร่วมกับตำรวจออสเตรเลีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังกว่า 30 นาย เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 238 ซอย 25 หมู่บ้านสินธร ถนนเเฮปปี้แลนด์ เเขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ หลังสืบทราบว่ามีชาวต่างชาติโพสต์ข้อความลักษณะบทความเข้าข่ายล่วงละเมิดทางเพศเด็กในสื่อสังคมออนไลน์ของต่างประเทศ
จากการเข้าตรวจสอบทาวน์เฮาส์สูง 2 ชั้น พบนายสตีฟเฟน คิม ลี คอร์นิว อายุ 62 ปี สัญชาติออสเตรเลีย อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นขอเข้าตรวจสอบ
ร.ต.อ.เขมชาติเปิดเผยภายหลังจากเข้าตรวจสอบนานกว่า 4 ชั่วโมงว่า หลังจากสืบทราบว่ามีการโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมในเว็บไซต์ในกลุ่มต่างประเทศ ทางดีเอสไอได้รับข้อมูลมาจึงประสานข้อมูลร่วมกันกับตำรวจในต่างประเทศ จากการตรวจสอบเชื่อว่าข้อความที่โพสต์มาจากบ้านหลังดังกล่าว มีชาวต่างชาติอยู่ 1 คน ได้ลงพื้นที่สืบสวนและสังเกตพฤติกรรม พร้อมทั้งประสานพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว จนกระทั่งศาลออกหมายจับ และขอหมายค้นบ้านหลังนี้ พยานหลักฐานที่ตรวจพบยังไม่พบว่ามีการล่วงละเมิดเด็กใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหากพบว่ามีพยานหลักฐานก็จะสืบสวนขยายผลต่อไป
ร.ต.อ.เขมชาติกล่าวว่า จากการสอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ก่อนหน้านี้เคยไปทำงานที่ประเทศเวียดนาม ยังไม่ชัดเจนว่าทำงานอะไร อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยประมาณ 10 ปีแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.สันติพัฒน์กล่าวว่า ได้ตรวจสอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้เขียนไฟล์ข้อความที่มีลักษณะล่วงละเมิดเกี่ยวกับเด็กในเชิงปลุกเร้าอารมณ์ในหลายเรื่อง ซึ่งกฎหมายใหม่เกี่ยวกับ ป.อาญามาตรา 187 (1) และ (2) ได้คุ้มครองครอบคลุมเรื่องนี้ในการผลิตข้อความหรือสื่อสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับการละเมิดเด็กด้วย ส่วนภาพการละเมิดนั้นในขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบ จึงได้นำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองและผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผลิตสื่อลามกอนาจาร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


