สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่า วิกฤตเศรษฐกิจในประเทศเวเนซุเอลา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร นั้นมีสถานการณ์ที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ เมื่อประชาชนต้องหันมาใช้วิธีการแลกเปลี่ยนสินค้าแทนการใช้เงินกันแล้ว
รายงานข่าวระบุว่า ชาวเวเนซุเอลาเริ่มหันมาใช้วิธีการจับจ่ายซื้อของแบบโบราณด้วยการแลกเปลี่ยนสินค้าแทนการใช้เงินสด ผ่านช่องทางอย่างวอทส์แอพ เฟซบุ๊ก รวมไปถึงอินสตาแกรม โดยสินค้าที่ใช้นำมาแลกเปลี่ยนกันส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นพื้นฐาน อย่างเช่น การแลกเส้นพาสตา 1 กิโลกับผ้าอ้อมเด็ก การแลกแป้ง 1 ถุงกับแชมพูสระผม เป็นต้น
นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่าประชาชนจะใช้โซเชียลมีเดียตั้งกลุ่มสำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้าดังกล่าวขึ้น โดยปลาลลา อัลวาเรซ อาชีพผู้ช่วยสอนวัย 34 ปี ระบุว่าตนเป็นสมาชิกกลุ่มในวอทส์แอพที่มีสมาชิกราว 400 คน และเป็นสมาชิกกลุ่มในเฟซบุ๊กที่มีสมาชิกราว 600 คน “ตอนนี้เราได้ลืมไปแล้วถึงการแชตถึงเรื่องอื่นๆ เวลานี้ที่เรารู้ก็คือทำอย่างไรจะเก็บเสบียงอาหาร อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำ และยาประจำบ้านเอาไว้ให้ได้มากที่สุด” อัลวาเรซระบุ
ทั้งนี้ เวเนซุเอลาต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากราคาน้ำมัน สินค้าส่งออกสำคัญของประเทศที่ตกต่ำลง ขณะที่สถานการณ์เลวร้ายลงอีกเมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ค่าเงินในประเทศลดลงอย่างมากมาย ขณะที่มาตรการการควบคุมราคาสินค้าของรัฐบาลส่งผลให้เกิดการขาดแคลนสินค้าจำเป็นอย่างหนักด้วย

