วันที่ 14 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จากทั่วประเทศ เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดิน ที่วัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี จำนวน 137 ตัว ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 59 แล้วเสร็จในวันที่ 4 มิ.ย. 59 รวมระยะเวลา 6 วัน ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการขนย้ายเสือ ยังตรวจค้นพบซากลูกเสือโคร่ง จำนวน 40 ซาก และซากลูกเสือโคร่งดองอยู่ในขวดโหล 30 ซาก รวมทั้งตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากสัตว์ป่าคุ้มครองได้อีกหลายรายการ รวมทั้งหนังเสือ ตะกรุดหนังเสือ เขี้ยวเสือ ตะกรุดเขี้ยวเสือ ซึ่งทำเป็นเครื่องรางของขลัง ร่วม 2 พันชิ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าวัดได้มีการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.เพิ่มเติมเป็นจำนวน 931-0-83 ไร่ นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ไทรโยค และ ภ.จว.กาญจนบุรี เข้าประชุมวางแผนแนวทางการสอบสวน และสืบสวน ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ภ.จว.กาญจนบุรี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งจึงแล้วเสร็จ ส่วนรายละเอียดการประชุมวางแผนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้ได้เนื่องจากผู้บังคับบัญชา ระดับ ตร.สั่งกำชับเอาไว้
รายงานคาดว่าแนวทางการประชุมครั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูง อาจจะมีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้ง สภ.ไทรโยค และฝ่ายสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมกันออกหาข่าวเกี่ยวกับที่มาของการพบซากลูกเสือโคร่ง ซากหนังเสือโคร่ง ซากหมีขอ ตะกรุดหนังเสือ ไม้แปรรูป นกเงือก หมีควาย และการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. รวมทั้งสิ้น 8 คดี หลังจากได้ข้อมูลที่แท้จริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่ได้มา ส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน เพื่อเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเรียกผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานฯ มาสอบปากคำ รวมทั้งต้องรอผลการตรวจซากสัตว์ทางนิติวิทยาศาสตร์ หรือผลตรวจดีเอ็นเอของซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่พบทุกชนิดอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะทราบผล ซึ่งความคืบหน้าของคดีขึ้นอยู่กับหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจพิสูจน์เป็นสำคัญ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเรียกตัว หรือดำเนินคดีกับผู้ใดเพิ่มเติมเลยแม้แต่คนเดียว ยกเว้น ฆราวาส 2 คน และพระสงฆ์ 1 รูป เท่านั้น ประกอบด้วย นายเนตร กุลเรืองไกล อายุ 42 ปี นายก้องเกียรติ จันเพ็ง อายุ 37 ปี และพระจักรกฤษณ์ สณหกิตติโก พระเลขาฯหลวงตาจันทร์ แต่ทั้งหมดก็ได้รับการประกันตัวไปทันทีหลังถูกจับกุม

