นายวิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน “Forbes Thailand forum 2016” ช่วง Idea Motivation Action ว่า จากการสำรวจว่าประเทศไหนพร้อมและน่าลงทุนที่สุด เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คือเวียดนาม ทำให้บริษัทจึงเลือกที่จะไปลงทุนในประเทศดังกล่าว และทำให้บริษัท อมตะเป็นบริษัทต่างชาติบริษัทแรกที่เข้าไปลงทุน จะเห็นได้ว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เวียดนามมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แค่1 ส่วน 3 ของไทย แต่ในปัจจุบันนี้พบว่าจีดีพีเวียดนามโตมากกว่าไทยเกินครึ่ง เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงควรตะหนักถึงศักยภาพ ภูมิศาสตร์ของไทยเราเอง เพราะถ้าไม่ใช้ทรัพยากรที่เรามี ความสามารถในการแข่งขันก็จะถดถอยไปด้วย
นายวิกรมกล่าวว่า แต่ละประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีต่างก็มีศักยภาพ ทั้งระบบขนส่ง คมนาคมที่จะเกิดขึ้น และสำหรับอมตะก็มีแผนธุรกิจที่จะไปลงทุนทำนิคมอุตสาหกรรมที่พม่า ซึ่งคาดว่านิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่นี้จะมีพื้นที่ใหญ่กว่าเวียดนาม เนื่องจากมองว่าพม่าจะเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ เนื่องจากพม่าเป็นประเทศเกิดใหม่
นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น เพราะกำลังซื้อจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น จากปัจจัยสำคัญคือ การลงทุนของภาครัฐที่เร่งอัดฉีดลงไป ส่วนธุรกิจของบาวแดงในปีนี้จะหันไปลงทุนในยุโรป ด้วยการทำการตลาดแบบสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง และคาดว่าภายใน 2 ปีสัดส่วนรายได้ในประเทศ 50% และต่างประเทศ 50% จากปัจจุบันที่สัดส่วนรายได้ในประเทศอยู่ที่ 70% ต่างประเทศ 30%
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะสร้างความแข็งแรงให้กับธุรกิจคือ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น บริษัทศรีไทยเองก็ลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านเม็ดพลาสติกมาฝึกการผลิตภายในประเทศ ก็เห็นผลประกอบการที่โตขึ้นอย่างชัดเจน

