หน้าแรก Uncategorized กกต.ยอมถอยเลิ...

กกต.ยอมถอยเลิกใช้ค่ายทหาร – ส่งคำชี้เเจงศาลแล้ว เล็งเชิญทูตฟัง

14.06.16 | 19:49 น.

กกต.ส่งคำชี้แจงม.61 วรรคสองต่อศาลรธน.แล้ว ตั้ง”ปธ.กกต.-สมชัย”เป็นตัวแทนไปให้ถ้อยคำ ยอมถอยไม่ใช้ค่ายทหารเวทีแจงร่างรธน.แล้ว ย้ายไปหอประชุมนานาชาติแทน อ้างคนเยอะไม่เกี่ยวกับ”บิ๊กตู่” เตรียมเชิญทูตานุทูตฟังกระบวนการออกเสียง 21 มิ.ย.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 14 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า ที่ประชุมกกต.ได้มีมติเห็นชอบร่างคำชี้แจงที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นตีความมาตรา 61 วรรคสอง ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) หรือไม่ ตามที่สำนักกฎหมายของสำนักงาน กกต.เสนอ โดยในช่วงบ่ายของวันนี้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ก็จะได้ลงนามในเอกสารคำชี้แจงและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติไว้เพิ่มเติมว่าหากศาลรัฐธรรมนูญต้องการให้ส่งผู้ชี้แจง ที่ประชุมก็มอบหมายให้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต. เป็นผู้แทนชี้แจง อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นว่าคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล จึงไม่สามารถที่จะเปิดเผยเนื้อหาของคำชี้แจงได้ เนื่องจากอาจจะเสียรูปคดี

นายธนิศร์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กกต.ได้รับทราบกรณีที่สำนักงานกกต.เสนอขอเปลี่ยนสถานที่การจัดเวทีชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน จากเดิมกำหนดไว้ว่าจะจัดที่สโมสรค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่แทน เนื่องจากสโมสร ค่ายกาวิละรองรับผู้เข้าร่วมงานได้เพียง 200 คน แต่ขณะนี้มีผู้ตอบรับเข้าร่วมงานถึง 500 คนแล้ว และคาดว่ากว่าจะถึงวันจัดงานก็จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสถานที่ไมได้เกี่ยวกับการที่นายกรัฐมนตรีไม่ให้จัดในค่ายทหาร อย่างไรก็ตาม เรื่องของการดูแลความปลอดภัย ทางสำนักงานยังคงเข้มงวดและถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันแรกอยู่แล้ว

นายธนิศร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กกต.จะมีการเชิญคณะทูตานุทูตของประเทศต่างๆที่ประจำอยู่ในประเทศไทย มาร่วมรับฟังการชี้แจงการทำประชามติ ในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจ ถึงกระบวนการการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนกกต.ไม่ได้เชิญองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์ออกเสียงประชามตินั้น เป็นเรื่องของนโยบายที่มีมาแต่เดิม เพราะถ้าเชิญแล้วเชิญไม่ครบ ก็อาจถูกกมองว่าเลือกปฎิบัติ แต่ทั้งนี้ กกต.จะให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกกับองค์กรต่างประเทศที่จะขอเข้ามาสังเกตการณ์ ซึ่งถือปฎิบัติมาทุกครั้งในการเลือกตั้ง โดยในการออกเสียงประชามติครั้งนี้ กกต.ก็จะมีการเปิดศูนย์เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับผู้สังเกตุการณ์ โดยคาดว่าจะมีเข้ามา 20 คณะ รวมไม่เกิน 100 คน

นายธนิศร์ กล่าวด้วยว่าที่ประชุม กกต.ได้มีการหารือกรณีที่ สน.สำราญราษฎร์ และ สน.ชนะสงคราม ได้มีการส่งสำนวน กรณีพบการกระทำความผิดกฎหมายประชามติ โดยพบว่ามีกลุ่มคนจำนวน 200-300 คน สวมเสื้อในลักษณะรณรงค์ให้โหวตโน แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นกลุ่มใด หรือมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ จึงต้องการทราบว่า กกต.ในฐานะผู้รักษาการณ์ตามกฎหมายดังกล่าวเห็นควรให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งที่ประชุม กกต.มีมติว่าความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการประทำผิดในมาตราใด หากมีการร้องต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนและดำเนินกระบวนการต่างๆได้ตามประมวลกฎหมายอาญา ไม่จำเป็นต้องส่งสำนวนมา กกต.เพื่อขอความเห็นอีก ซึ่ง กกต.ก็จะได้ให้แนวปฎิบัตินี้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีการปฎิบัติไปในแนวทางเดียวกัน

Advertisement