ความสำเร็จอย่างหนึ่งของการประชุมอาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14 ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยเมื่อวันก่อน คือ การบรรลุความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซ็ป ซึ่งเป็นความตกลงในการจะทำเขตการค้าเสรีระหว่างชาติสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศกับประเทศคู่เจรจาอีก 6 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้ง 16 ประเทศได้เห็นชอบประเด็นการเจรจาอาร์เซ็ป ทั้ง 28 ข้อบทแล้ว คาดว่า จะมีการลงนามในปี 2563 ส่วนช่วงเวลาในการลงนามขึ้นอยู่กับประเทศเวียดนามที่เป็นประธานอาเซียนในปี 2563 จะเป็นผู้กำหนดว่า จะมีการลงนามเมื่อใด
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ให้ความเห็นว่า หากสามารถตกลงกันได้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชียอย่างมหาศาล โดยกรอบการเจรจาอาร์เซ็ปจะทำให้ในระยะยาวกลายเป็นประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกทั้ง 16 ประเทศ ซึ่งหมายถึงว่าจะมีลักษณะเป็นตลาดร่วมที่จะมีการเปิดเสรีทั้งสินค้า แหล่งเงินทุน การบริการและแรงงาน แต่ในระยะสั้นและระยะกลางจะกลายเป็นเขตการค้าเสรี 16 ประเทศ หมายความว่าในอนาคตทั้ง 16 ประเทศจะเปรียบเสมือนประเทศเดียวกันในเรื่องของสินค้า คือ สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ใน 16 ประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรหรืออุตสาหกรรม จะสามารถเคลื่อนย้ายไปทั้งใน 16 ประเทศเหล่านี้ได้ โดยไม่มีกำแพงภาษี
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง แม้จะลงนามกันในปี 2563 แต่ทุกฝ่ายก็ต้องปรับตัว นายสมชายเห็นว่า ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ โดยภาครัฐต้องเข้ามาดูแล ทั้งธุรกิจที่แข่งขันได้และแข่งขันไม่ได้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจที่ยังไม่สามารถแข่งขันได้ปรับตัวได้ ส่วนภาคเอกชนก็ต้องมีการปรับตัวด้วยการใช้กลไกต่างๆ เช่น ตัวใดที่หากไม่สามารถแข่งขันได้ต้องพยายามลดต้นทุน หรืออาจจะย้ายฐานการผลิตไปในประเทศที่มีต้นทุนที่ต่ำลง เป็นต้น
หมายความว่า การบรรลุความตกลงอาร์เซ็ป เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของภาครัฐและภาคเอกชน ดังนั้นในระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนทุกอย่างจะเข้าสู่กระบวนการการค้าเสรี 16 ประเทศอาเซียน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องตระเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด อย่าปล่อยให้ความสำเร็จในการประชุมอาเซียนซัมมิทครั้งนี้ กลายเป็นความเสี่ยงของไทยในอนาคต ในทางกลับกันสมควรจะมุ่งสร้างความพร้อมให้ทันเวลา เพื่อความสำเร็จหลังจากมีการลงนามและเริ่มต้นค้าเสรีในชาติอาเซียน หากไทยสามารถสร้างความพร้อมได้ อาร์เซ็ปย่อมเป็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยงอย่างแน่นอน

