หน้าแรก Uncategorized ทีเซลส์ ร่วมม...

ทีเซลส์ ร่วมมือ คอสเมติค วัลเลย์ จากฝรั่งเศสพัฒนาเครื่องสำอางเพื่อคนเอเชีย

15.06.16 | 11:12 น.

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลส์) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ ลงนามความร่วมมือกับ คอสเมติค วัลเลย์ จากสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดย นายฌอง ลุค แอนเซย์ ประธานและผู้ก่อตั้งคอสเมติค วัลเลย์ เพื่อร่วมพัฒนามาตรฐานเครื่องสำอางรองรับนโยบายเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยมี นายฌีล การชง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย หอการค้าไทยฝรั่งเศส ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย

ดร.นเรศ กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือว่า เมื่อปีที่ผ่านมาคณะของ ทีเซลส์ ได้เข้าเยี่ยมชมคอสเมติค วัลเลย์ ที่เมืองชาร์ท สาธารณรัฐฝรั่งเศส และได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือในด้านอุตสาหกรรมความงามในอนาคต โดย ทีเซลส์ ได้นำเสนอโครงการ Cosmetic Innovation and Trade Zone ในเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย โดยมุ่งเน้นให้คอสเมติค วัลเลย์ ร่วมมือพัฒนา สารสกัดจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องสำอางสำหรับผู้ใช้ชาวเอเชีย รวมทั้งพัฒนาโครงการวิจัยด้านเครื่องสำอางร่วมกันระหว่างฝรั่งเศสและไทย ซึ่งในครั้งนั้น คอสเมติค วัลเลย์ ให้ความสนใจมาก และเห็นร่วมกันว่า ทั้งสองหน่วยงานควรจะมีความร่วมมือกัน เพราะนอกจากจะเป็นการพัฒนามาตรฐานเครื่องสำอางร่วมกันแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีการดึงภาคเอกชนด้านเครื่องสำอางจากประเทศฝรั่งเศสร่วมลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและการถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกัน การแลกเปลี่ยนบุคลากร และ การจับคู่ธุรกิจ

“ซึ่งเราหวังว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะส่งผลต่อการพัฒนาเครื่องสำอางให้สามารถเข้าสู่ตลาดในฝรั่งเศสและยุโรปในอนาคตด้วย” ผอ.ทีเซลส์ กล่าว

สำหรับคอสเมติค วัลเลย์ นั้นเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์ที่สำคัญของฝรั่งเศส ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอางของประเทศ ก่อตั้งในพ.ศ.2537 ที่เมืองชาร์ท และขายออกไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศทั้งภาคกลาง แคว้นอีลเดอร์ฟรองซ์ (Ile-de-France) ที่ประกอบไปด้วย 8 เมืองสำคัญ เช่น ปารีส และ แคว้นนอร์มังดีตอนเหนือ ปัจจุบันมีบริษัทในคลัสเตอร์ทั้งหมดมากกว่า 800 บริษัท สามารถสร้างงานได้ราว 70,000 ตำแหน่ง สร้างรายได้มากกว่า 1.1 พันล้านยูโรต่อปี โดยได้ทำงานร่วมกับ 7 มหาวิทยาลัย 136 วิทยาลัย และ 200 ห้องแล็บวิจัย