เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 มิถุนายน ที่ห้องแถลงข่าวสำนักงานตำรวจภูธร ภาค 2 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.ยงยุทธ จันตะบุตร รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.กิตติพัฒน์ พงษ์พนัส ผกก.สภ.บางปะกง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายเทพพนม อาคม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 ม.6 ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนขับแท็กซี่ทิ้งในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยของกลางรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีแดง ทะเบียน ทส 9621 กรุงเทพมหานคร อาวุธปืนกึ่งออโตเมติก ยี่ห้อนอริงโก้ ขนาด 7.62 มม. ไม่มีทะเบียน ซองบรรจุกระสุนปืน จำนวน 1 อัน กระสุนจำนวน 13 นัด ซองปืนสีดำ พร้อมสายคาดลำตัว เครื่องชอร์ตไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ พร้อมซิมโทรศัพท์ของผู้ตาย ตำรวจจึงได้ตั้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยอำพรางซ่อนเร้นศพ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บางปะกง ได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิต อยู่สะพานข้ามคลองอินทรนิน หมู่ 1 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงรุดไปสอบสวนทราบว่าผู้ตายคือ นายเอกราช ธาราโรจน์ มีร่องรอยถูกยิงที่บริเวณท้ายทอยด้านซ้ายทะลุโหนกแก้มด้านขวา 1 นัด จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า นายเอกราช ผู้ตาย มีอาชีพขับรถแท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน ทส 9621 กรุงเทพมหานคร และรถคันดังกล่าวได้หายไปพร้อมทรัพย์สินหลายรายการ ตำรวจจึงได้ออกติดตามและสืบสวนทราบว่ารถแท็กซี่ของคนตาย จอดซุกซ่อนอยู่บริเวณลานจอดรถของโรงแรมปัญจะรีสอร์ทในเขต อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จึงได้นำกำลังตำรวจไปดักซุ่มรอจนกระทั่งเวลา 05.00 น.วันที่ 15 มิถุนายน ได้มีนายเทพพนม ผู้ต้องหาได้เดินมาที่รถ และใช้กุญแจไขรถ ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมและขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
จากการสอบสวนนายเทพพนมให้การรับสารภาพว่าได้โบกรถแท็กซี่ของคนตายที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จะมาที่ ต.บางวัว อ.บางปะกง เมื่อถึงจุดหมายจึงได้สอบถามราคาปรากฏว่าได้มีการเรียกค่าโดยสารสูงถึง 150 บาท ทั้งที่เคยเสีย 70-80 บาท ปรากฏว่าเงินในกระเป๋าไม่พอ จึงได้โต้เถียงกันขึ้นและได้ชักปืนขึ้นมาขู่ ผู้ตายเกิดความกลัวจึงได้เข้ามาแย่งปืน ทำให้ปืนลั่นและเสียชีวิตดังกล่าว หลังจากนั้นได้นำศพมาทิ้ง ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อเพราะว่าเป็นปืนลั่น แต่เป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี และจากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยประกอบอาชีพขับแท็กซี่มาก่อน และก่อคดีมาแล้ว 3 คดี คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และข่มขืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย พื้นที่ สภ.เมืองชลบุรี และคดียักยอกทรัพย์ สภ.คลองด่าน

