หน้าแรก Uncategorized ความเกลียดชัง...

ความเกลียดชัง โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

15.06.16 | 14:25 น.
ภาพ :AFP

ในเหตุการณ์สะเทือนขวัญสังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้คร่าชีวิตคนไปกว่าครึ่งร้อยในไนต์คลับของคนรักเพศเดียวกัน เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา คนร้ายประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ส่วนไอเอสประกาศว่าอยู่เบื้องหลังเช่นกัน

แต่การสอบสวนของสหรัฐในเบื้องต้นนี้ยังไม่เจอหลักฐานชัดเจนถึงการเชื่อมโยงระหว่างมือปืนกับกลุ่มไอเอส มีเพียงองค์ประกอบของแรงจูงใจว่าผันสู่ความสุดโต่งโดยองค์การก่อการร้ายข้ามชาติผ่านทางสื่อออนไลน์

ส่วนประเด็นที่ประธานาธิบดีสหรัฐ บารัค โอบามา กล่าวสรุปเหตุการณ์นี้มี 2 ประเด็นหลัก หนึ่งคือความเกลียดชังต่อคนรักเพศเดียวกัน และสองคือ อาวุธปืนที่ครอบครองได้ไม่ยาก

เรื่องอาวุธปืนนั้นเป็นปัญหาในอเมริกามานานแล้ว แต่จัดการออกกฎหมายควบคุมไม่ได้เพราะมีกลุ่มอนุรักษนิยมต้านทานอยู่ด้วยเหตุผลว่า การครอบครองปืนเป็นเสรีภาพหนึ่ง ดังนั้น คาดว่าเรื่องนี้จะต้องถกเถียงและต่อสู้กันต่อไปถึงรัฐบาลหน้า หลังจากโอบามาพ้นตำแหน่งไปแล้ว

ส่วนเรื่องของความเกลียดชัง พยานที่ทำงานในไนต์คลับเกย์ดังกล่าวเผยว่า มือปืนเป็นลูกค้าที่มาเที่ยวในคลับบ่อยครั้ง มักหามุมนั่งดื่มคนเดียว ถ้าเมามากๆ ก็ส่งเสียงดังอาละวาด

Advertisement

การก่อเหตุนี้จึงอาจมาจากที่คนร้ายผันสุดโต่งและเกลียดชังในสิ่งที่ตนเองเป็น

ความเกลียดชังเป็นปัญหาด้านอารมณ์ของมนุษย์ที่ศาสนาหลายศาสนาพยายามสอนให้บรรเทาเบาบางลง ไม่ว่าจะด้วยการลดความเป็นตัวตนหรือการรู้จักให้อภัย

แต่หลายเหตุการณ์สะท้อนว่า ผู้ก่อความรุนแรงใช้ความเกลียดชังอ้างศาสนาลงมือทำร้ายผู้อื่น

ความเกลียดชังจึงเป็นพลังของด้านมืดที่ก่อให้เกิดความรุนแรงในสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสังคมตะวันออกหรือตะวันตก

สังคมไทยเองก็เผชิญกับปัญหาของความเกลียดชังเช่นกัน แม้ไม่ได้แสดงผลเป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายเหมือนในอเมริกา แต่ในทางการเมืองแล้วถือว่าเป็นมาตลอดสิบปี

มีทั้งความเกลียดชังในตัวบุคคล คณะบุคคล ไปจนถึงกลุ่มมวลชน

ผลลัพธ์ของความเกลียดชังสุดขั้วมักจะออกมาเหมือนกับผลลัพธ์ของความรักแบบไม่ลืมหูลืมตา

เหมือนกับว่า ถ้าลองได้รักแล้วอะไรก็ดีไปหมด แต่ถ้าลองได้เกลียดชังแล้วอะไรก็เลวร้ายไปหมด ไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้

ในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง เราจึงได้ยินประโยคแสดงความเกลียดชังอยู่บ่อยๆ เช่น ไล่ไปอยู่ประเทศอื่น, ถ้าคิดอย่างนี้ไม่ใช่คนไทย, หรือสมน้ำหน้าที่ตายเสียได้

ปัญหาสำหรับคนที่อยู่กลางๆ ก็คือ เมื่อตั้งคำถาม แสดงออกหรือวิจารณ์การเมืองอย่างตรงไปตรงมา จะถูกผลักให้ไปอยู่ในกลุ่มที่ถูกเกลียดในทันที หากการแสดงออกนั้นไม่เป็นไปในหลักความเชื่อเดียวกับผู้ฟัง

ความเกลียดชังกลายเป็นเป็นกำแพงที่กั้นขวางการใช้เหตุผลและไม่เปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง อีกทั้งยังนำไปสู่การเอาชนะคะคานที่ไม่สนใจกฎกติกา ไม่ว่าจะเป็นกติกาในประเทศ หรือกติกาสากล

ยิ่งถ้าเกลียดเข้ามากๆ ก็ยิ่งอยากทำลายมาก ถึงขนาดยอมให้ความเกลียดนั้นทำลายสติปัญญาของตัวเอง

หากพบคนใกล้ตัวมีอาการนี้มากๆ น่าจะช่วยเรียกสติกันบ้าง