นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 ให้กระทรวงการคลังเข้าไปช่วยกำกับดูแลสหกรณ์แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ผู้บริหารกระทรวงการคลังและผู้บริหารกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต้องหารือร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เบื้องต้นที่กระทรวงการคลังจะเข้าไปดูแลนั้นจะเน้นเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ ส่วนสหกรณ์ประเภทอื่นๆ อาทิ สหกรณ์โคนม สหกรณ์การเกษตร ยังเป็นการดูแลของกระทรวงเกษตรฯ ตามเดิม
นายกฤษฎากล่าวว่า นอกจากนี้ สศค.ยังมีแนวทางเข้าไปกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์(นอนแบงก์) แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะ ธปท.มีงานมาก ต้องดูแลทั้งธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ดังนั้น บุคลากรในการดูแลอาจไม่เพียงพอ คงต้องหารือกับ ธปท.ในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า กระทรวงการคลังหารือกับกระทรวงการเกษตรในการดึงสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งระบบให้เข้ามาเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นแผนที่กระทรวงการคลังที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากสหกรณ์มีการรับเงินฝาก ปล่อยสินเชื่อ ดังนั้น หน่วยงานที่ดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์นั้นควรต้องเพิ่มประสิทธิภาพกว่านี้ โดยกำลังดูแนวทางที่จะย้ายหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯที่ดูแลสหกรณ์ให้เอามาอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง เหมือนประกันภัยที่พอมาอยู่กับกระทรวงการคลังดีวันดีคืน ซึ่งในการดูแลสหกรณ์ต้องเข้มงวดคล้ายกับการดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ขณะนี้มีตัวเลขสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศประมาณ 1,500 แห่ง

