เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กว่า 40 คน พร้อมตำรวจนครบาลห้วยขวาง และเจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำกำลังเข้าตรวจค้นการค้าประเวณี ภายใต้ “ปฏิบัติการสังขร” ในสถานบริการ นาตารี อาบ อบ นวด ย่านรัชดาภิเษก ว่า ขณะนี้ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ นายประเสริฐ หรือโกลัก สุขขี อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1151/2559 ลงวันที่ 13 มิ.ย. และนายสมหมาย หรือก้อง พัดสิงห์ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1152/2559 ลงวันที่ 13 มิถุนายน ฐานร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยการค้าประเวณี ร่วมกันเป็นธุระจัดหาชักพาบุคคลเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และร่วมกันเป็นผู้ดูแลสถานค้าประเวณี ให้สถานที่พักพิงต่างด้าว ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต รวมถึงจะเร่งขยายผลตรวจสอบไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการขออนุมัติหมายจับต่อไป นอกจากนี้ทางคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงนำโดย พล.ต.ท.เติมพงษ์ สิทธิประเสริฐ จเรตำรวจ (สบ8) กำลังดำเนินการเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเนื่องจากกรณีที่มีรายชื่อตำรวจหลายนายปรากฏในบัญชีส่วยนั้นเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดยังไม่พบว่าผู้ที่ถูกออกหมายจับทั้งหมดยังไม่ได้ประสานขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า หากความผิดเป็นความผิดมูลฐานที่สามารถนำกฎหมายปราบปรามการฟอกเงินมาใช้ได้ เจ้าหน้าที่ก็จะนำมาใช้ร่วมด้วยเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา เพื่อหาหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงไปถึงการกระทำผิดอื่นๆ หรือผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์เพิ่มเติมอีกหรือไม่ ส่วนผู้ที่ใช้บริการและพบหลักฐานการใช้บัตรเครคิตชำระเงิน จะมีความผิดหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาตามหลักของกฎหมายว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบกรณีดังกล่าว ซึ่งหากการตรวจสอบพบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเพิ่ม นั้นก็จะดำเนินการออกหมายจับเพิ่มอย่างแน่นอน

