เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงการดำเนินการกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ดำเนินการเรื่องนี้ และวานนี้ (วันที่ 14 มิถุนายน) ได้มีการประชุมกับหลายฝ่าย ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการบุกจับพระธัมมชโยในวันศุกร์ที่ 17 มิถุนายนนั้น ตนไม่ยืนยันเพิ่งทราบจากสื่อมวลชนเช่นกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเพียงหน่วยงานที่สนับสนุนกำลังพล เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอร้องขอมา ซึ่งก็มีพร้อมอยู่แล้ว ส่วนจะดำเนินการวันไหน อย่างไรนั้น ยังไม่ระบุมาอย่างชัดเจน
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวอีกว่า การดำเนินการกับพระธัมมชโยในครั้งนี้ใช้ชื่อแผนว่า “กบิล59” ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการสนับสนุนกรมสอบสวนคดีพิเศษในการดำเนินการพระธัมมชโย ส่วนการเฝ้าระวังไม่ให้พระธัมมชโยหลบหนีออกนอกประเทศอยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจซึ่งมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา โดย พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ถ้าแจ้งข้อหากับผู้หนึ่งผู้ใดแล้วจะต้องมีกระบวนการเฝ้าระวังและจับตาไม่ให้หลบหนี
ผู้สื่อข่าวถามว่า พระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ไม่ทราบ
ถามต่อว่ากรณีธัมมชโย เข้าข่ายกระทบความมั่นคงหรือไม่ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ไม่อยากให้มองอย่างนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต การแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาผู้หนึ่งผู้ใดเป็นเรื่องปกติ ส่วนจะมีกำลังซ่องสุมกำลังภายในวัดพระธรรมกายหรือไม่นั้นต้องถาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ ที่ดูแลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภายนอกวัดยังไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรน่าเป็นห่วง อะไรที่อาจจะก่อให้เกิดความรุนแรงตำรวจจะไม่ทำ
“การดำเนินการของกรมสอบสวนคดีเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านและมีแผนรองรับอยู่แล้ว เชื่อว่าที่ผ่านกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนตำรวจก็มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้บุคคลที่สามเข้ามาสร้างความวุ่นวาย” รองโฆษกตร.กล่าว

