“เลี้ยงกุ้งก็เหมือนเลี้ยงหมา” ตรงที่มีทั้งหมาเลี้ยงง่ายอย่างหมาไทยๆ ของเราที่กินง่ายอยู่ง่าย ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย กับหมาฝรั่งที่ต้องดูแลตั้งแต่เลือกหาอาหาร พาไปหาหมอตามนัด ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้นานาออปชั่นที่ต้องซื้อหาราคาแพงมาปรนเปรอกัน
กุ้งก็เช่นนั้น มีทั้งกุ้งเลี้ยงง่ายกับกุ้งที่ต้องเอาใจกันสุดฤทธิ์ อย่างที่เล่าไปแล้วว่า 2 สาวรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจเลี้ยงกุ้งนำเข้า ซึ่งตอนนี้มีเลี้ยงกันมากๆ แล้ว อย่าง กุ้งก้ามแดง จากออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในกุ้งตระกูลเครย์ฟิช และในสายตระกูลนี้ยังมีเดสทรัคเตอร์กับมารอนอีก เดสทรัคเตอร์มีคนนำเข้ามาพัฒนาพันธุ์แล้ว เหลือแต่มารอนที่เป็นความท้าทายของ 2 สาว อรวรรณ กลั่นบุศย์ และ ทองกร พรหมถาวร
ซึ่งในที่สุด เธอก็เลือก Cherax Cainii (Smooth Marron)
นี่เองเป็นที่มาของความเปรียบถึงหมาฝรั่ง อันสุดแสนที่จะต้องเอาใจใส่
“มารอน มีอยู่ 2 สายพันธุ์ แฮรี่มารอน กับสมูทมารอน ตัวที่เรานำเข้ามาคือ สมูทมารอน ซึ่งแบ่งไปอีกคือ สแตนดาร์ดกับอีเล็กทริก อีเล็กทริกเหมือนที่เราเห็นนี่คะ” อรวรรณเริ่มต้นเล่าถึงกุ้งมารอน

“เรามองว่า เคยมีคนเอาสแตนดาร์ดเข้ามาแล้ว เราเลยเลือกเอาเฉพาะตัวใหญ่ๆ เข้ามา ไซซ์ใหญ่สุดที่เขามีขาย ตอนแรกก็เข้าใจว่าไซซ์ใหญ่สุดมันน่าจะมาผสมพันธุ์แล้วให้ลูกได้เลย พอเอาเข้ามาแล้วก็ต้องให้อยู่เฉพาะน้ำเย็น ซึ่งอันนี้เป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์เลยค่ะ”
จากการศึกษาเรื่องกุ้ง อรวรรณพบว่าธรรมชาติของสายพันธุ์มารอนจะอยู่ในน้ำอุณหภูมิประมาณ 20-24 องศา ซึ่งเมื่อเธอกลับไปดูธรรมชาติของกุ้งก้ามแดง ก็เห็นว่าประวัติเหมือนกับมารอน พื้นเพเดียวกัน ดังนั้น ในเมื่อก้ามแดงยังปรับตัวได้ มารอนก็ต้องปรับได้เช่นกัน อรวรรณจึงชักชวนทองกรมาร่วมกันลองสั่งมารอนเข้ามาพัฒนาดู เพื่อขยายไอเดียโปรเจ็กต์ให้ใหญ่ขึ้น
“เราเคยทำงานกันมาก่อน งั้นเรามาลุยกันเลยนะสักตั้งนึง” อรวรรณ และ ทองกร รำลึกถึงที่มาของการร่วมบ่อลงน้ำเลี้ยงกุ้งน้ำจืดสัญชาติออสเตรเลียด้วยกัน แรกที่นำกุ้งมารอนเข้ามานั้น ทั้งคู่ทดลองเลี้ยงไว้ในห้อง โดยเปิดแอร์ไว้ 24 ชั่วโมง ต่อมาเริ่มปิดแอร์ในตอนกลางวันบ้าง ครั้งละ 3 ชั่วโมง แล้วทิ้งระยะห่าง 4 ชั่วโมง จนยาวไปถึง 6 ชั่วโมง กระทั่งเหลือเปิดตอนกลางคืนอย่างเดียว และจากเลี้ยงอยู่ในห้องแอร์ ก็เริ่มทยอยเอาออกมาลงบ่อทีละ 3-4 ตัว พอเห็นว่ามารอนอยู่ได้ ก็เริ่มย้ายลงบ่อเรื่อยๆ จนครบหมด แล้วมันก็อยู่ได้จริงๆ
การริเริ่มสิ่งใหม่ทุกอย่างต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ ลองผิดลองถูกจนกว่าจะค้นพบสิ่งที่ใช่ เหมือนการนำเข้ามารอนที่โตแล้วเข้ามา เพราะคิดว่าจะเลี้ยงง่ายกว่าตัวอ่อน กลับกลายเป็นว่าตัวใหญ่ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ยากมาก
“เราไม่รู้ว่าเขาเครียดอะไร” อรวรรณบอก “กลายเป็นว่าตัวเล็กเลี้ยงง่ายกว่า คงคล้ายๆ ผู้ใหญ่ที่เปลี่ยนตัวเองยากกว่าเด็ก เข้าทำนองไม้แก่ดัดยาก” ฟังแล้วก็เห็นจริงตามนี้
“อีเล็กทริกบลู หรือ มารอนบลู ที่เราเน้นตอนนี้ เพราะว่าสีน้ำเงินของมันเข้มมาก แล้วไม่เปลี่ยนด้วยนะ ยิ่งลอกคราบยิ่งเข้ม ที่เราเลี้ยงมาปีกว่าเห็นเลยว่าไม่มีเปลี่ยนแปลง สายพันธุ์อื่นที่สีบลูเหมือนกัน แต่มันจะเปลี่ยนไปตามอาหารที่กินและสภาพแวดล้อม แต่มารอนบลูยิ่งโตยิ่งเข้ม สีไม่เปลี่ยน”
เมื่อปรับน้ำที่อยู่อาศัยของมารอนบลูได้แล้ว สิ่งสำคัญอีกประการคือ ปรับอาหารการกิน กุ้งก็ชีวิตหนึ่งถ้ากินไม่ได้ก็เป็นเรื่องใหญ่ ทั้งคู่เล่าให้ฟังถึงการทดลองให้อาหารกุ้ง ที่ทำให้ฉันทึ่งมากเมื่อได้ฟังว่ากุ้งมารอนชอบกินฟักทองต้ม

“ความจริงเราก็ทดลองให้อาหารอยู่หลายอย่าง คือเราเริ่มจากปรับทีละอย่าง พอปรับน้ำได้แล้ว ก็มาปรับเรื่องอาหาร นอกจากอาหารเม็ด เรายังมีอาหารเสริมพวกฟักทองต้มค่ะ ไอ้เจ้านี่มันชอบฟักทองต้มมาก ต้มแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วต้มอีกให้มันเละๆ บีบให้เป็นชิ้นและก็โยนลงไป มันก็จะมากินเอง”
นอกจากอาหารเม็ดกับฟักทองต้มแล้ว มารอนบลูสีสวยยังมีอาหารเสริมเป็นใบหูกวางอีกด้วย
“ตอนนี้ใบหูกวางมีมูลค่ามากในวงการกุ้ง” ทองก บอกเคล้าเสียงหัวเราะ ฉันเองก็อดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อนึกถึงต้นหูกวางที่ลูกมันชอบหล่นใส่หลังคาบ้าน ซ้ำยังเต็มไปด้วยหนอนที่ชอบมาแทะใบหูกวาง หรือว่าใบหูกวางมีรสชาติโอชารสสำหรับหนอนกับกุ้ง
“เราใช้ใบหูกวางธรรมชาติ เอาใบแห้งนะคะ มาแช่น้ำสัก 2-3 วัน เพื่อให้มันจม สีของมันเหมือนชา มันจะช่วยเปลี่ยนน้ำให้ลดความเครียดของกุ้งได้ และในใบหูกวางมีสารแทนนินสูง ช่วยรักษาตัวกุ้งเองด้วย วางใบหูกวางไว้ก็แทะทั้งวันละค่ะ” ว่าไปแล้ว กุ้งกับคนก็ไม่ต่างกัน ต้องหาอะไรสักอย่างเพื่อคลายเครียดให้ตัวเอง
กุ้งค่อนข้างอ่อนไหวต่อสารเคมี แม้กระทั่งเส้นผมตกลงไปก็ไม่ได้ หรือกระทั่งครีมบำรุงผิวที่สาวๆ ต้องใช้เป็นประจำ เมื่อมาเลี้ยงกุ้งก็จำต้องหยุดทาครีมไประยะหนึ่ง
“มีบางพวกที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดงแล้วก็เปิดให้คนภายนอกเข้าไปชม ก็มีการจับกุ้งเล่น ปรากฏว่าตายเกือบหมด อันนี้คือความสูญเสียที่เกิดขึ้น เข้าใจนะคะว่าฟาร์มกุ้งทำไมเขาถึงปิดไม่ให้คนอื่นเข้าไปก็ด้วยเหตุผลนี้ คนที่เลี้ยงกุ้งด้วยกันค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกในการสูญเสียกุ้ง แต่บางทีคนนอกจะเข้าใจว่า แค่นี้ก็ให้ดูไม่ได้”
เรื่องของกุ้งนำเข้าที่กำลังจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามเป็นที่นิยมอีกชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะคนในเมืองใหญ่ที่หาเวลาออกไปชื่นชมธรรมชาติได้ยาก การได้กลับจากทำงานมานั่งมองกุ้งสีน้ำเงินแสนสวย ก็นับเป็นทางเลือกที่ไม่เลวนัก โดยเฉพาะคนที่พำนักอยู่ในคอนโดมิเนียมที่ยากต่อการเลี้ยงหมา แมว และเบื่อเลี้ยงปลา
เรื่องของ มารอนบลู ยังมีรายละเอียดอีกมากมายเกินจะกล่าวได้หมด ถ้าสนใจ อาจลองเข้าไปดูข้อมูลในเพจ FB : Marron Crayfish Aquarium เพื่อเป็นแนวทาง LikeShow more reactionsCommentShare

