เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ10) กล่าวหลังเรียกชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7(บช.ภ.7) เพื่อติดตามความคืบหน้าการจับกุมคนร้ายข่มขืนหญิงชราในหลายอำเภอของจ.นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ที่ก่อเหตุต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 – 2558 รวม 10 คดี มีหญิงชราเสียชีวิต 2 ราย ว่า เนื่องจากมีข้าราชการตำรวจในพื้นที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ จึงเรียกมาประชุมพูดคุยและวางแผนป้องกันร่วมกัน อีกทั้งเพื่อกำชับให้ชุดสืบสวนใหม่ได้ทำงาน เชื่อมั่นว่าจะจับกุมคนร้ายได้ ถ้าคนร้ายยังไม่เสียชีวิตไปก่อน เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลายปีแล้ว และมีการประเมินการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนมาตลอด ชุดสืบสวนในพื้นที่ยืนยันว่าเฝ้าจับตาและซุ่มตามบ้านพักของผู้เสียหายเพื่อเตรียมจับกุมคนร้ายมาตลอด ยังไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ จึงอยากให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาในการติดตามคนร้าย โดยเฉพาะในพื้นที่ก่อเหตุ ล่าสุดอยู่ใกล้วัดพุทธรรมรังสี ต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี
พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า มั่นใจว่าผู้ก่อเหตุยังไม่เสียชีวิต เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุได้ เมื่อนำไปตรวจสอบกับทะเบียนประวัติยังไม่พบว่าบุคคลดังกล่าวเสียชีวิต ย้ำว่าจากการตรวจสอบดีเอ็นเอของคนร้ายที่เก็บได้ พบว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 10 คดี เป็นบุคคลเดียวกัน ออกหมายจับไปแล้วก่อนหน้านี้ ลักษณะเป็นชายผมหยักศกยาวประบ่า อายุประมาณ 35 ปี เป็นคนงานในพื้นที่เกิดเหตุ

