วันที่ 16 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6 โรงเรียนบ้านหนองรังกา อ.เมือง จ.นครราชสีมา จำนวน 34 คน เกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ และอาเจียน หลังจากดื่มนมโรงเรียนเมื่อตอนช่วงหลังเวลาเคารพธงชาติที่ผ่านมา ทำให้ครูต้องรีบนำตัวเด็กนักเรียนที่มีอาการทั้งหมด 34 คน ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน และต้องมีนักเรียนที่ต้องสังเกตอาการถึง 66 คน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ถึงความคืบหน้าผลการตรวจสอบหาสารปนเปื้อนที่อยู่ภายในนมโรงเรียนที่เด็กนักเรียนดื่มแล้วมีรสชาติขม ก่อนที่จะมีอาการเวียนศีรษะ ปวดท้อง และอาเจียน โดยล่าสุดทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้มีการส่งตัวอย่างไปตรวจสอบเพื่อหาสารพิษที่อาจจะเกิดจากสารพิษตกค้างจากยาฆ่าแมลง และสารพิษที่อาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus นอกเหนือจากการตรวจสอบระบบการผลิตของโรงงานแปรรูปนม และผลการตรวจบางอย่างก็เริ่มทยอยออกมาแล้ว แต่ผลที่ออกมาทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องนำผลที่ได้มานั้นไปทำการเปรียบเทียบกับผลของสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาและโรงพยาบาลเทพรัตน์ ที่ได้มีการนำไปตรวจด้วยเช่นกันว่าผลที่ได้มานั้นตรงกันหรือไม่ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งว่าเกิดจากอะไร และจากการสอบถามไปยังทางสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พบว่าผลการตรวจทั้งหมดจะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบประมาณ 3 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้มีความเป็นห่วงกับเรื่องดังกล่าว และวางมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเรื่องคุณภาพนมตลอดจนถึงห่วงโซ่อาหาร จึงได้เตรียมทำโครงการฝึกอบรมและให้ความรู้กับคณะครูและนักเรียนในพื้นที่เพื่อช่วยกันในการดูแลเกี่ยวกับการจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ ก่อนจะแจกจ่ายให้เด็กนักเรียนได้ดื่ม ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับรสชาตินมที่ถูกต้องกับเด็กนักเรียน และให้ความรู้แก่ครูหากเกิดปัญหาเรื่องคุณภาพนม

