หน้าแรก Uncategorized นายกฯแนะ อาเซ...

นายกฯแนะ อาเซียนอย่าเอาแต่แข่งขัน เอกชนอย่าเอาแต่เสรีการค้า ต้องหันร่วมมือกัน

16.06.16 | 12:22 น.

“ประยุทธ์” เปิดงาน CLMVT Forum 2016 วอนกลุ่มประเทศร่วมมือเพื่อสร้างความเข้มแข็งในภูมิภาค ขอให้ลืมปัญหาความขัดแย้งหรือจำไว้แค่เป็นบทเรียน “ฝัน”สร้างอาเซียนแบรนด์ให้เกิดขึ้นให้ได้ เผยอุตุนิยมวิทยาทำนายสภาพอากาศโลกปีนี้ไทยเจอฝนยาวต่อเนื่องท้ายปีจนถึงต้นปีหน้า ขอทุกฝ่ายรับมือ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงาน CLMVT Forum 2016 โดยมีตัวแทนจากประเทศต่างๆ ทั้งลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจ เข้าร่วมงาน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ขอให้ทุกคนในภูมิภาคเป็นเพื่อนกัน อย่าให้เกิดความรู้สึกแตกแยก รัฐบาลยินดีไทยยินดีต้อนรับและหวังว่าเวทีการประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีที่สร้างสรรค์ นำไปสู่ประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นเอกภาพ นำไปสู่การปฏิบัตินำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมในภูมิภาค ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม ถือเป็นแผ่นดินแห่งทองคำ หรือดินแดนสุวรรณภูมิ เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลาย ทั้งพื้นที่ วัฒนธรรม ชนชาติและภาษาและทุกประเทศมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาในอดีต ปัจจุบันเราสามารถติดต่อสื่อสารและค้าขายกันได้สะดวกและรวดเร็ว ทั้งหมดจึงอยู่ที่ใจของทุกคนว่าจะร่วมมือกันอย่างไรโดยไม่ถือว่าใครเป็นใหญ่กว่า เก่งกว่าใครหรือใครต้องนำใคร ผู้นำทุกประเทศได้สัญญากันแล้วว่าเราจะเดินไปด้วยกันเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่น ประเทศพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่ง

“ขอเพียงอย่างเดียวว่าเราอย่าลืมประวัติศาสตร์ว่ากลุ่มพวกเรามีความสัมพันธ์กันอย่างไร อะไรที่เป็นความขัดแย้งก็อย่าไปจดจำ หรือจดจำไว้เพียงว่าอย่าทำใหม่ วันนี้เราต้องอยู่ด้วยประวัติศาสตร์เพื่อเป็นบทเรียน ปัจจุบันคืออนาคต ต้องมาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรจะให้ประเทศเรามีความเจริญเติบโตประชาชนมีความสุข ถ้าเราสามารถรวมดินแดนพวกเราให้เป็นดินแดนผืนใหญ่ ที่มีความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ทรัพยากร เราก็จะเป็นภูมิภาคที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดเหมือนกัน เป็นฐานรากทางอาหาร วัฒนธรรม ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่ยั่งยืนมากว่า” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาในภูมิภาคเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือความขัดแย้งต่างๆ ในโลกปัจจุบันทำให้เราประสบกับภาวะสงครามและความยากลำบากอยู่บ้าง แต่เราจะต้องไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก เราจะต้องไม่หยุดชะงัก กระชับความร่วมมือ เราต้องทำให้ประเทศในกลุ่ม CLMVT ซึ่งถือเป็นแกนกลางของอาเซียนมีความแข็งแกร่ง ก็จะถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือทำอะไรก็ตามให้ระเบิดจากข้างในออกมา การแก้ปัญหาต่างๆ นั้นอยู่ที่คนหรือทรัพยากรมนุษย์ การประชุมในครั้งนี้ควรจะมีผลสัมฤทธิ์ แต่ถ้าประชุมไปเพื่อที่ปีหน้าจะได้ประชุมกันใหม่ตนคิดว่าไม่ต้องประชุมดีกว่าทำอะไรจะต้องเกิดผล อาเซียนเราจะต้องเดินหน้าไปพร้อมๆ กันตามหลักการคือเราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง stronger together ถือเป็นคำที่มีความลึกซึ้ง ถ้าทุกคนคิดและทำให้ได้ตามนี้ไม่ว่าประเทศ อาชีพ รายได้หรือประชาชน ก็จะไปได้ทั้งหมด โดยมีทั้งการให้และการรับ

“มันจะตกลงกันไม่ได้ถ้าเราเอาความขัดแย้งขึ้นมาพูดกันก่อน หรือหยิบเอาปัญหาต่างๆ มาพูดกันก่อน มันแก้ไม่ได้ทั้งหมด เราจะต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้ ประเทศไทยก็พร้อมที่จะปรับตัว และคิดว่าทุกประเทศก็กำลังปฏิรูปประเทศเช่นกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

Advertisement

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อนาคตการแข่งขันขึ้นอยู่กับความร่วมมือ ซึ่งความสามารถแต่ละประเทศอาจมีไม่เพียงพอ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ บุคลากร แต่ถ้าสามารถนำมารวมกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็จะเจริญเติบโตไปพร้อมกันได้ในศักยภาพของภูมิภาค จึงขอร้องว่าอย่ามองเฉพาะเรื่องการแข่งขันเพียงย่างเดียว ต้องอาศัยพื้นฐาน 3 ประการ ประกอบด้วย ความจริงใจต่อกัน ความร่วมใจกันทั้งมิติของความเชื่อใจ การเคารพซึ่งกันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมและการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ก็จะนำความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้น สามารถลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ เพิ่มความร่วมมือการพัฒนา นำไปสู่การบริหารงานอย่างยั่งยืน “ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้นึกถึงประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งผมกำลังทำแบบนี้เป็นบทเรียนที่ประเทศไทยกำลังทำ ก็ขอกำลังใจจากเพื่อนทุกคนด้วย”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการเชื่อมต่อห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาค ถ้าต่างคนยังแข่งขัน คิดถึงแต่เสรีทางการค้าเพียงอย่างเดียวมันไปไม่ได้ เราต้องอาศัยความร่วมมือโดยแข่งขันด้วยนวัตกรรม และอัตลักษณ์ของพื้นที่ ก็จะทำให้เราสู้กับภูมิภาคอื่นได้ และสามารถเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคต่อไป ภาคเอกชนต้องเป็นกำลังผลักดัน ให้และรับอย่ามุ่งแต่กำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว ภาคเอกชนถ้าสามารถร่วมมือกันได้ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ รวมเป็นห่วงโซ่ภาคธุรกิจและเชื่อมต่อเป็นห่วงโซ่ได้ในส่วนของภูมิภาค ทุกอย่างก็จะเดินไปพร้อมๆ กัน แต่ถ้าทำครอบคลุมทุกอย่างเลยทีเดียว ที่เหลือก็แย่ทั้งหมด ประชาชนก็จะลำบาก ตนยินดีสนับสนุนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทุกเรื่อง

“เราต้องดูว่าศักยภาพของแต่ละประเทศคืออะไร ทั้งในส่วนของ CLMVT ว่าอะไรควรที่จะร่วมมือระหว่างกันอะไรที่จะมีการแข่งขัน ก็จะสามารถเดินไปสู่จะที่เราสามารถมีอาเซียนแบรนด์ได้ โดยเฉพาะกิจการที่เกี่ยวกับแหล่งอาหารโลกที่ไม่ส่งผลกระทบระหว่างกันในตลาด ภาคเอกชนจึงมีส่วนสำคัญ ต้องปรับตัวเพราะรัฐบาลและข้าราชการไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมด ทำอย่างไรเราจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจร่วมกันได้ หากเราเข้าใจศักยภาพของกันและกัน สามารถเกื้อกูลช่วยเหลือกันได้ อย่ากลัวการเสียเปรียบเราก็จะเติบโตไปพร้อมกันได้ ถ้าติดขัดปัญหาจุดใดรัฐบาลต้องเร่งแก้ ต้องคิดใหม่ มองไปข้างหน้า ถ้าติดขัดแล้วไม่แก้ปัญหาก็จะคงอยู่เช่นเดิม ไทยก็พร้อมหารือตามหลักสากลให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งเรื่องของการผลิต การเชื่อมโยง การขนส่ง ถ้ามัวแต่คิดใหม่ทำใหม่ก็มีแต่แผนไม่มีการปฏิบัติ เราต้องวางยุทธศาสตร์ไปข้างหน้าเหมือนที่ประเทศไทยกำลังทำอยู่ และไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็จะสานต่อในสิ่งที่เป็นความยั่งยืนเหล่านี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า CLMVT ร่วมกับอีก 5 ประเทศในอาเซียนจะกลายเป็นฐานการตลาดที่ใหญ่ และหากรวมกับจีนและอินเดีย ก็จะเป็นกลุ่มที่มีฐานการตลาดและประชากรใหญ่ที่สุดในโลก คือกว่า 3,000 ล้านคน ทุกประเทศต้องเริ่มสร้างความเจริญเข้มแข็งจากภายใน ก่อนจะก้าวไปสู่ตลาดโลก ซึ่งการหารือร่วมกันในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา และการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เพื่อก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้าร่วมกันอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เราต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งในท้องถิ่นกลุ่มประเทศ CLMVT ที่มีพื้นที่ทำการเกษตรจำนวนมาก แม้ช่วงปีที่ผ่านมาจะมีปัญหาเรื่องน้ำอยู่บ้างเนื่องจากฝนตกน้อยในรอบ 40 ปี แต่ปีนี้จากการประเมินและติดตามสภาพอากาศ ปรากฏการณ์จะไปในทิศทางของลานินโญคือจะมีฝนตกยาวขึ้นแม้ฝนจะมาช้าแต่จะหนักในช่วงปลายปี ยาวต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาสภาพอากาศโลกมีการวิเคราะห์และคาดการณ์ล่วงหน้าเราก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้ ซึ่งประเทศไทยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ซึ่งจากปัญหาปีที่ผ่านมาทำให้เรามีปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตรพอสมควร แต่ถ้าเราร่วมมือกันได้ก็จะทำให้การแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น